ผู้เขียน หัวข้อ: Myfxbook AutoTrade 1 ภาพรวมของ Copy trade  (อ่าน 854 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ learntotradefx

  • นักลงทุนขั้นต้น
  • *
  • กระทู้: 30
  • พลังน้ำใจ: 8
  • นักลงทุนสายอู้
    • Learntotradefx
Myfxbook AutoTrade 1 ภาพรวมของ Copy trade
« เมื่อ: 09 มีนาคม 2017, 22:47:43 PM »
จากกระทู้เกริ่นก่อนหน้านี้ - เกี่ยวกับบทความชุด Myfxbook AutoTrade
http://thailandforexclub.com/index.php?topic=37281.0

อัพเดตภาคอินโทรล่าสุดนะครับ ในอาทิตย์นี้จะเริ่มจาก Business Model ภาพรวมของธุรกิจ Copy trade
จากนั้นก็เริ่มแนะนำ Myfxbook Autotrade ข้อดี ข้อเสียโดยสรุป และเริ่มต้นทดสอบแบบพื้นฐานด้วยการใช้บัญชีจำลองครับ

โดยในอาทิตย์ถัดไปจะลงเนื้อหาที่ยากขึ้น อย่างการแปรความหมายของ myfxbook report เพื่อใช้ประเมินระบบเทรดว่าดี ไม่ดี เสียงตรงไหน
และการเริ่มต้นเลือก Signal provider ว่าผมมีวิธีเลือกอย่างไรครับ

โดยบทนี้จะอธิบายถึงรูปแบบธุรกิจครับ

Copy trade / PAMM คืออะไร

อธิบายเปรียบเทียบง่ายๆ การลงทุนรูปแบบนี้ เสมือนกองทุนรวมขนาดเล็ก มีผู้จัดการกองทุนตั้งกองทุนขึ้นมา นักลงทุนที่เชื่อมั่นในกองทุนนั้นก็เอาเงินไปร่วมลงทุนด้วย โดยแบ่งผลกำไรให้ผู้จัดการกองทุน
โดยทั่วไปประกอบด้วยคนสามกลุ่ม

กลุ่มแรกคือผู้ให้บริการ
กลุ่มที่สองคือเทรดเดอร์ ในที่นี้จะเรียกว่า Master
กลุ่มที่สามคือนักลงทุน ในที่นี้จะเรียกว่า Follower
ผู้ให้บริการคือผู้จัดทำระบบ Copy trade / PAMM โดยรับสมัครเทรดเดอร์ที่ต้องการเป็น Master / ผู้จัดการกองทุน / Signal provider
โดย Signal provider นี้อธิบายง่ายๆก็คือเทรดเดอร์คนหนึ่งที่่เชื่อในระบบเทรดของตัวเอง แล้วสมัครเข้าร่วมโครงการของผู้ให้บริการระบบ

จากนั้นผู้ให้บริการก็จะทำลิสต์ / Rank อันดับของผลงานกองทุนที่มีผลงานน่าสนใจเป็นอันดับไว้ให้นักลงทุนมาเลือก Copy

เมื่อนักลงทุนเห็นว่า Master / ผู้จัดการกองทุนคนไหนทำผลงานได้ดี ก็เลือกลงทุนโดยเลือก Copy / เข้าร่วมกองทุนของ Master คนนั้น
โดยเมื่อ Master ทำการเปิดสถานะเทรด ระบบจะทำการเปิดสถานะเทรดให้กับ Follower ไปด้วย


จากคำอธิบายขั้นต้น สิ่งที่เป็นแรงจูงใจของแต่ละกลุ่มคือ

กลุ่มผู้ให้บริการ จะได้รับค่า commission การเทรดของทั้ง Master / Follower กรณีผู้ให้บริการระบบคือโบรคเกอร์เอง (เป็นการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้ามาเทรดกับโบรคตนเยอะๆ แล้วทางโบรคก็ได้รับค่า spread / commission ที่มากขึ้น หรือกรณีที่ผู้ให้บริการมิได้เป็นโบรคเกอร์ กลุ่มนี้จะมีตัวอย่างเช่นโบรคเกอร์ Fxpremax / Fxpro / Alpari / Etoro  ก็จะได้ในส่วนของค่า IB Introducing Brokers จากโบรคที่เข้าร่วมโครงการ (เช่นกรณีของ myfxbook autotrade)
กลุ่มเทรดเดอร์ ผู้บริหารกองทุน (Master) จะเป็นการสร้างรายรับอีกทางนอกจากการเทรดของตน ซึ่งปกติหากสมัครเข้าร่วมโครงการเหล่านี้ แล้วมีคนติดตาม จะมีรายรับพิเศษจากคนติดตามเป็นค่าบริหารพอร์ตอีกส่วน นอกจากรายรับจากการเทรดเอง
กลุ่มนักลงทุน (Follower) จะมีเหตุผลในการเข้าร่วมเช่น
– ไม่มีความรู้ในการเทรด แต่พอจะเข้าใจสถิติ หรือเลือก Master เป็น /
– มีความรู้ในการเทรดเอง แต่ไม่มีเวลา อยากลงทุนกับกองทุนที่ตัวเองดูผลประกอบการว่าน่าสนใจ
การเข้าร่วมระบบเหล่านี้นักลงทุนไม่ได้เสียอะไรเพิ่มไปจากที่มีอยู่ เพราะทางผู้ให้บริการ / Master ไม่ได้เก็บค่าใช้จ่ายในการบริหารพอร์ต แต่จะใช้วิธีหักจาก Spread ที่เดิมโบรคนั้นเก็บจากผู้เทรดตอนเทรดเอง หรือหักจากผลกำไรที่ทำได้ ในกรณีของระบบประเภท PAMM (เช่น หาก Master ทำกำไรได้ Follower ผู้ติดตาม Master คนนั้นจะแบ่งส่วนของกำไรที่ได้ 15 % ไปให้ Master เป็นค่าบริหารกองทุน)
Key success สำหรับแต่ละกลุ่ม

กลุ่มผู้ให้บริการ โดยพื้นฐาน ต้องการจะให้มีคนมาใช้ระบบของตนมากขึ้นก็จะต้องพยายามพัฒนาด้านต่างๆเหล่านี้
- พยายามชักจูงคนที่มีความสามารถให้มาเป็น Master account เยอะๆ
- ทำระบบจัดอันดับที่แสดงลิสต์ของผู้มีความสามารถจริงๆให้มาอยู่อันดับต้นๆ
- พยายามผูกลูกค้าให้ใช้ระบบตนให้ยาวนาน จะได้รับผลประโยชน์จาก commission / spread / IB commission ได้ยาวนาน
- ประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าของโบรคเข้าใจระบบ และกลายเป็น Follower เพื่อจะได้ผูกให้ Master เปิดบัญชีไว้กับระบบของตัวเองนานๆ ไม่เปลี่ยนไปใช้ระบบเจ้าอื่น
กลุ่ม Master / ผู้จัดการกองทุน
- พยายามเทรดให้ผลงานดีสม่ำเสมอ เพราะมีผลกับการจัดอันดับ ที่จะนำไปประชาสัมพันธ์ให้กับ Follower ดู
กลุ่ม Follower / นักลงทุน
- พยายามใช้ความรู้ในด้านต่างๆ เพื่อประเมินระบบเทรดของ Master เพื่อเลือกการลงทุนในแบบที่ตนรับความเสี่ยงได้ และสร้างผลตอบแทนได้อย่างเหมาะสมกับระดับความเสี่ยง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่สุดของการลงทุน เมื่อเราสามารถหา Master ที่เทรดได้ดี เราก็สามารถมั่นใจที่จะฝากเงินของเราไปเทรดกับเขาได้ และคาดหวังได้ว่าเงินทุนของเราจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
- Monitor ความเปลี่ยนแปลงใดๆ ไม่ว่าจะผลตอบแทนหรือ Risk ที่อาจเกิดขึ้น เพราะผลงานในอดีตไม่อาจยืนยันผลตอบแทนในอนาคตได้อย่างสมบูรณ์ การคอยติดตามผลงานของแต่ละกองทุนที่เราลงไป เพื่อเข้าใจสภาวะแต่ละช่วงเวลา จะทำให้เราสามารถปรับ Portfoilio ของเราเพื่อรองรับความเสี่ยงที่คาดไม่ถึงเมื่อตอนเริ่มต้นระบบได้

ตัวอย่างของผู้ให้บริการ Copy trade / PAMM
PAMM จะมีในหลายๆ Broker แต่จะมีปัญหาคือ ด้วยความที่มีผู้ให้บริการหลายเจ้า ทำให้เทรดเดอร์ที่เก่งๆนั้นกระจายกันออกไป บางเจ้าจึงยังมีคนเก่งๆมาสมัครเป็น Master อยู่น้อย ทำให้ขาดแรงจูงใจในการดึง Follower ให้มาใช้ระบบ
- Alpari
- FXpro
- FXopen
- Zulutrade ผู้ให้บริการไม่ได้เป็นโบรคเกอร์
- Etoro
- Myfxbook autotrade ผู้ให้บริการไม่ได้เป็นโบรคเกอร์

โดยในบทความต่อไปจะเจาะลึกขึ้นเรื่อยถึง Myfxbook AutoTrade ครับ
- เป็นระบบที่ผมชอบสุดในตอนนี้ เพราะตัวรายงานให้ข้อมูลด้านสถิติได้ละเอียดสุดเมื่อเทียบกับระบบอื่นๆ ทำให้คนที่อยากเข้าใจความเสี่ยงของการตาม Master สามารถดูข้อมูลสถิติได้หลายแง่มุม ก่อนจะเลือกติดตาม Master รายไหน ขณะที่ระบบแบบ PAMM จะบอกแค่สถิติแบบรวมๆ เราแทบไม่รู้เลยว่า Master ที่เราสนใจนั้นเทรดอะไร เทรดแบบไหน ใช้มาทิงเกลหรือเปล่า แต่ถ้าดูจากสถิติระบบ myfxbook autotrade จะทำความเข้าใจได้ลึกกว่า / นอกจากนั้นยังปรับตั้งค่าการตามได้หลายแฟคเตอร์ เช่นปรับตัวคูณขนาดการเปิด ปรับจำนวนสถานะที่จะเปิด