ผู้เขียน หัวข้อ: TIPs & Techniques-FortFS  (อ่าน 72 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ FortFS

  • นักลงทุนขั้นต้น
  • *
  • กระทู้: 5
  • พลังน้ำใจ: 0
    • Fort Financial Service
TIPs & Techniques-FortFS
« เมื่อ: 03 มกราคม 2018, 00:07:54 AM »
TIPs & Techniques
ลดความเสี่ยงให้กับพอร์ตของคุณ ด้วยการเทรดในสินค้า / Asset class ที่แตกต่าง

คุณอาจชินกับการเทรดคู่สกุลเงินยอดนิยมอย่าง EUR/USD USD/JPY หรือ Gold ซึ่งหากเทรดมาเป็นระยะเวลาหนึ่งอาจพบว่า ในบางครั้งแม้คุณจะใช้ Money management แบบ 2 % rules ควบคุมความเสี่ยง แต่พอร์ตของคุณก็มี Draw down สูงขึ้นจากการผิดพร้อมๆกันของสินค้าที่มีความสัมพันธ์กัน

เช่น คุณ Long EUR/USD Short USD/JPY Buy Gold พร้อมๆกัน แล้วพบกับจังหวะที่สกุลเงิน USD มีการแข็งค่าขึ้นอย่างฉับพลันเนื่องจากการประกาศนโยบายบางอย่าง ทั้งสามการเทรดจะผิดพร้อมๆกัน

ในเบื้องต้นนี้เราจึงขอแนะนำแนวทางหนึ่งในการกระจายความเสี่ยงให้กับคุณ ด้วยการเทรดในสินค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น อาทิ พันธบัตร / Cryptocurrency / CFD หุ้นสหรัฐ / สินค้าโภคภัณฑ์
โดยเริ่มต้นจากการใช้บัญชีทดลองหรือบัญชีที่มีความเสี่ยงต่ำอย่างบัญชี Cent Account ที่สามารถทำให้คุณทดสอบหาการตั้งค่าที่เหมาะสมกับการเทรดในแต่ละสินค้าของคุณ
ทดลองและเก็บข้อมูลสถิติ Drawdown ของคุณ กับปรับเพิ่ม ลดจำนวนสินค้าตามสถิติ เพื่อพัฒนาให้พอร์ตของคุณลดความเสี่ยงลงและสร้างโอกาสสร้างผลตอบแทนให้สูงขึ้นโดยรวมจากสินค้าที่หลากหลาย


เทรด CFDs หุ้นตลาดสหรัฐ
คุณเริ่มทดลองกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตของคุณหรือยัง

จากบทความในวันก่อนหน้านั้นเราได้แนะนำวิธีกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตของคุณด้วยการเลือกสินค้าที่หลากหลายมากขึ้นเข้าสู่พอร์ต
ในเวลานี้เราขอแนะนำแนวทางตัวอย่างเบื้องต้นในการศึกษาวิธีการเทรดของสินค้าแต่ละชนิดเป็นแนวทางสำหรับคุณที่จะพัฒนากลยุทธ์ในแบบของคุณต่อไป

สินค้าตัวอย่างประเภทแรกที่เราอยากแนะนำคือ CFD หุ้นจากตลาดสหรัฐ สินค้าประเภทนี้จัดเป็นสินค้ายอดนิยมอีกประเภทที่ได้รับความนิยมเทรดจากคนทั่วโลก FAANG Facebook Amazon Apple Netflix Google เป็นแบรนด์ที่คุณชินกับแบรนด์ที่อยู่รอบๆตัวคุณเหล่านี้มาก และเมื่อคุณรู้จักมัน ทำไมคุณไม่ลองศึกษามันดูเพื่อเริ่มต้นทำเงินจากหุ้นยอดนิยมเหล่านี้ดูหล่ะ ?

คุณอาจได้ยินคำคมจากแจ็ค หม่าบ่อยๆ คุณเริ่มสนใจ Alibaba บริษัทจากจีน คุณอาจได้ยินชื่อ Elon musk ชายผู้ซึ่งสร้างนวัตกรรมที่ทำให้โลกตื่นเต้น ลองศึกษาแล้วเทรดหุ้น Tesla ดูไหม

Windows-Office ที่คุณใช้ใน PC ทำให้คุณเริ่มสนใจ Microsoft บ้างหรือเปล่า คุณรูดบัตรเครดิตของคุณที่มีโลโก้ VISA / MASTER คุณคิดว่าบริการของพวกเขานั้นจะเติบโตจากความเชื่อมั่นในระบบเนตเวิร์คการชำระเงินด้วยเครดิตไปได้อีกไกลไหม หรือคุณได้ข่าวเกี่ยวกับบิทคอยน์ ที่ทำให้เกิดกระแสการขุดด้วยการ์ดจอ - ชิพ NVIDIA คือบริษัทที่น่าลงทุนหรือเปล่า

คุณชอบเล่นเกมจากค่าย EA ไหม ถ้าคุณเชื่อว่าเกมที่ผลิตมานั้นมีคนชอบจำนวนมาก หุ้นก็น่าจะเติบโตได้ดีในอนาคต ทำไมไม่ลองให้เงินลงทุนของคุณสร้างผลตอบแทนเป็นเงินซื้อเกมจาก EA ในอนาคตดูหล่ะ

นี่คือโอกาสมากมาย จากข้อมูลที่คุณสามารถตีความและศึกษาได้ คนอื่นๆคิดอย่างไร พื้นฐานบริษัทน่าจะเติบโตไปได้ไกลหรือไม่ เมื่อคุณพบหุ้นที่คุณสนใจ เก็บมันไว้ใน watchlist ของคุณ ติดตามข่าว ลองประเมินว่าคนในตลาดนั้นมองหุ้นตัวนั้น บริษัทนั้นๆว่าอย่างไร และนำมันเข้าสู่พอร์ตลงทุนของคุณเมื่อคุณเชื่อมั่นในบริษัทนั้นเพียงพอแล้ว

การวิเคราะห์พื้นฐานที่ผ่านการศึกษาจะช่วยให้คุณมั่นใจในการลงทุนมากขึ้น และเมื่อประกอบกับเทคนิค - กลยุทธ์เทรด จะช่วยให้คุณมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนไปกับหุ้นได้อีกด้วย

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03 มกราคม 2018, 00:09:25 AM โดย FortFS »

ออฟไลน์ FortFS

  • นักลงทุนขั้นต้น
  • *
  • กระทู้: 5
  • พลังน้ำใจ: 0
    • Fort Financial Service
TIPs & Technique [3]
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 03 มกราคม 2018, 00:15:24 AM »
เทคนิคการเทรด CFDs หุ้นตลาดสหรัฐ ด้วยการพิจารณาเทรนด์ แนวรับ แนวต้าน

จากบทความก่อนหน้า คุณมองเห็นโอกาสในการกระจายความเสี่ยง และเริ่มศึกษาบริษัทต่างๆที่มีโอกาสเติบโตในอนาคตแล้ว คุณสามารถเริ่มใช้เครื่องมือทางเทคนิค หรือการประเมินมูลค่าราคาสินค้า เพื่อหาจุดเข้าเทรด - สะสมหุ้น ในแนวทางของคุณได้หลากหลายแบบ

เราขอยกตัวอย่างวิธีพื้นฐานเป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนาว่าจะสามารถเทรดแบบเทรนด์ฟอลโลว์ในส่วนของเมธอดได้อย่างไรบ้าง

สมมุติว่าคุณชอบหุ้น Alibaba จากการพิจารณาพื้นฐานของหุ้นจนมั่นใจกับสินค้าแล้ว คุณจะเริ่มเทรดในแบบกำหนด TP / SL โดยคำนึงถึง Risk - Reward เพื่อหาโอกาสเข้าตามเทรนด์

ในภาพใหญ่คุณอาจพบว่าสินค้าในหมวดหุ้น - เทคโนโลยีในตลาดสหรัฐนั้นค่อนข้างเป็นรูปแบบขาขึ้นโดยมีการย่อลงแรงๆนั้นน้อยครั้ง นั่นทำให้กลยุทธ์หลักๆที่จะรอซื้อในราคาต่ำนั้นค่อนข้างยาก ดังนั้นคุณจึงเลือกสามารถใช้ 2 % rule หรือการซื้อหุ้นแบบไม่ใช้เลเวอเรจเป็นตัวเลือกสำหรับ Money management สินค้าตัวนี้

- หากคุณใช้ 2 % rule คุณสามารถเริ่มประมาณทุน - วงเงินที่ยอมรับการสูญเสียใน order ชุดนี้ว่าจะไม่เกิน 2 % ของพอร์ตของคุณ

- หากคุณจะเทรดในแบบหุ้นที่ไม่ยืมเงินจากโบรก (แนะนำให้ใช้เลเวอเรจในพอร์ตต่ำ) แล้วคำนวณ Pip value เพื่อหาว่าระยะติดลบ 1 pip นั้นจะทำให้คุณขาดทุนเท่าใด แล้วคำนวณมาร์จิ้นของ order ว่าจะต้องกันเงินไว้เท่านั้น

เมื่อเลือกประเภทของ Money management ได้ คุณสามารถพิจารณาเทรนด์ - ในรูปตัวอย่างแสดงถึงขาขึ้นในเทรนด์ใหญ่

จากนั้นพิจารณาแนวรับแนวต้านที่สนใจจะเทรด โดยราคาตามรูปจะมีแนวต้านที่ All Time High (จุดสูงสุดตลอดกาลของราคาในปัจจุบัน) และมีแนวรับที่น่าสนใจ (แนวที่ราคามักจะย้อนกลับขึ้นไปเมื่อเจอแนวนั้น)

เมื่อราคาทำการย่อตัวลงมา ก่อทรงเป็นรูปสามเหลี่ยม นั่นคือจังหวะเข้าที่น่าสนใจของคุณ โดยประเมินว่า จุด TP คือแนวต้าน จุด SL คือใต้แนวรับเล็กน้อย หากระยะ TP มากกว่า SL ยิ่งมากยิ่งน่าสนใจ

โดยคุณอาจแบ่งกระสุนยิงหลาย order เพื่อปิดตามระยะที่ต่างกันก็ได้ เช่น กรณี order ถูกทางไปแตะ TP คุณจะเหลือ order ไว้ในกรณีที่ราคาเบรค All time high เพื่อรันเทรนด์ต่อ แล้วค่อยปิดเมื่อเห็นว่าพอใจกับผลตอบแทนแล้ว

*การเทรดในรูปทรงสามเหลี่ยม เป็นที่นิยมทรงหนึ่ง เพราะหลังจากราคาบีบตัวแคบๆมักจะเกิดการเบรคด้วยความแรงเมื่อตลาดเลือกทิศทางที่ราคาจะไปแล้ว

นี่คือตัวอย่างของเมธอดรูปแบบหนึ่งที่เทรดเดอร์สามารถเลือกนำมาใช้ประกอบเป็นกลยุทธได้ โดยในส่วนของกลยุทธ์แบบมองภาพรวมนั้นจะขอแนะนำในบทความต่อไปในอนาคต