ผู้เขียน หัวข้อ: ประเด็นสำคัญวันนี้  (อ่าน 63634 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญ...
« ตอบกลับ #675 เมื่อ: 02 มกราคม 2019, 23:07:24 PM »
FINNOMENA Daily News Update : 3 มกราคม 2562

ตลาดยังผันผวน เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก รวมทั้งการปิดหน่วยงานบางส่วนของรัฐบาลสหรัฐ อันเนื่องจากการขาดงบประมาณ หรือชัตดาวน์

ซาอุดีอาระเบียปรับลดการส่งออกน้ำมันลงในเดือนธ.ค. ขณะที่ข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปก ได้เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วในเดือนนี้
ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น สนับสนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีน ซึ่งมาร์กิตจัดทำร่วมกับไฉซิน อยู่ที่ระดับ 49.7 ในเดือนธ.ค.
ลดลงจากเดือนพ.ย. ซึ่งอยู่ที่ระดับ 50.2 โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนขยายตัวต่ำกว่า 50 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2560

ดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวลงต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว
ที่ระดับ 53.8 จุดต่ำกว่าคาด สร้างความกังวลด้านเศรษฐกิจชะลอตัวให้กับตลาด

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,346.24 จุด เพิ่มขึ้น 18.78 จุด หรือ +0.08%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,510.03 จุด เพิ่มขึ้น 3.18 จุด หรือ +0.13%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,665.94 จุด เพิ่มขึ้น 30.66 จุด หรือ +0.46%
ตลาดสหรัฐยังคงผันผวน หลังจากตัวเลขดัชนี PMIภาคการผลิตของสหรัฐ ออกมาต่ำกว่าคาด
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคารยังสามารถพลิกกลับมาเป็นบวกได้
หลังกลุ่มโอเปกลดกำลังการผลิตและส่งออกน้ำมัน ขณะที่ภาคธนาคารนักวิเคราะห์ยังมองเป็นบวก
ถึงแม้จะมีสัญญาณการชะลอตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลกก็ตาม

ดัชนี S&P BSE Sensex ปิดตลาดที่ 35,891.52 จุด ลดลง 363.05 จุด หรือ 1.00%
หลังจากปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 5 วันทำการ นักลงทุนกังวลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก หลังการเปิดเผยตัวเลขภาคการผลิตที่ซบเซาของจีนและยูโรโซน หุ้นกลุ่มโลหะและรถยนต์ดิ่งลงนำตลาดวันนี้

ดัชนีฮั่งเส็งร่วงลง 715.35 จุด หรือ 2.77% ปิดวันนี้ที่ 25,130.35 จุด
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตร่วง 28.61 จุด หรือ 1.15% ปิดที่ 2,465.29 จุด
ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอตัว จากดัชนี PMI จากไฉซิน ที่ระดับ 49.7 จุด
ซึ่งหมายถึงมุมมองต่อเศรษฐกิจในอนาคตที่หดตัว ประกอบกับประเด็นสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่ยังไม่มีข้อตกลงที่ชัดเจน

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.13% ปิดที่ 337.21 จุด
ขณะที่ดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของยูโรโซน ปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกันในเดือนธ.ค สู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี

ตลาดหลักทรัพย์ไทยปิดที่ระดับ 1,565.94 จุด เพิ่มขึ้น 2.06 จุด (+0.13%) มูลค่าการซื้อขาย 31,644.43 ล้านบาท
สวนทางตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย และตลาดหุ้นในยุโรป ที่ต่างปรับตัวลดลง โดยตลาดหุ้นไทยรับปัจจัยหนุนในประเทศ จากการที่มีการประกาศจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันที่ 4-6 พ.ค.62 ทำให้มีความเชื่อมั่นมากขึ้นเกี่ยวกับกำหนดการเลือกตั้งจะยังเป็นไปตามกรอบระยะเวลาเดิม และนายกรัฐมนตรีได้ออกมามาย้ำถึงกรอบการเลือกตั้งยังคงเป็นไปตามเดิมในวันที่ 24 ก.พ.62 ทำให้ตลาดตอบรับกับปัจจัยดังกล่าวในวันนี้

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 1.13 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 46.54 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.11 ดอลลาร์ หรือ 2.1% ปิดที่ 54.91 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 2.80 ดอลลาร์ หรือ 0.22% ปิดที่ 1284.10 ดอลลาร์/ออนซ์

ปัจจัยที่ต้องจับตามอง...
ดัชนี PMI ภาคการผลิตสหรัฐฯ จากสถาบัน ISM
 ยอดขายบ้านใหม่สหรัฐฯประจำเดือนพฤศจิกายน
 การเปลี่ยนแปลงการจ้างงานนอกภาคการเกษตรจากสถาบัน ADP
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญวันนี้
« ตอบกลับ #676 เมื่อ: 02 มกราคม 2019, 23:09:48 PM »
ประเด็นสำคัญวันนี้

โลก: มาร์กิต เผย PMI ภาคการผลิตโลก เดือน ธ.ค. 2018 ร่วงลงมาอยู่ที่ระดับ 51.5 จาก 52.0 ในเดือน พ.ย. ต่ำสุดในรอบ 27 เดือน โดยภาคการผลิตจีนกลับมาหดตัวครั้งแรก ในรอบ 19 เดือน ส่วนภาคการผลิตยูโรโซน และสหรัฐฯ ต่ำสุดในรอบ 34 เดือน และ 15 เดือน ตามลำดับ มีเพียงอังกฤษ ที่ภาคการผลิตขยายตัวดีขึ้น และสูงสุดในรอบ 6 เดือน

สหรัฐฯ: Dow Jones Futures อ่อนตัวราว 1.5% ในช่วงเช้าวันนี้ หลัง Apple Inc. ออกมาปรับลดคาดการณ์รายได้ลง จากผลกระทบเศรษฐกิจจีนชะลอตัว และยอดขาย iPhone ที่ไม่ดีตามคาด

ไทย: นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่าการเลือกตั้งยังเป็นไปตามโรดแมปเดิม คือ วันที่ 24 ก.พ. 2019 ยังไม่เลื่อนออกไป พร้อมระบุว่า การจัดเลือกตั้งสามารถดำเนินการคู่ขนานไปด้วยกันกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกได้ โดยคิดว่าจะมีการเลือกตั้งก่อนงานสำคัญ

ไทย: กระทรวงพาณิชย์ เผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือน ธ.ค. 2018 +0.36% YoY, - 0.65% MoM จากการลดลงของราคาพลังงาน และราคาผลผลิตทางการเกษตรบางชนิด ส่วน Core CPI +0.68% YoY, +0.01% MoM ขณะที่ ธปท. ส่งสัญญาณไม่เร่งปรับขึ้นดอกเบี้ย จากประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจยังมีความเสี่ยงด้านต่ำ


ที่มา
บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญ...
« ตอบกลับ #677 เมื่อ: 03 มกราคม 2019, 23:16:41 PM »
FINNOMENA Daily News Update
Market Alert : 4 มกราคม 2561

บริษัทแอ๊ปเปิ้ล อิงค์ ประกาศปรับลดคาดการณ์รายได้ ประจำไตรมาสแรกของปีงบการเงิน 2562 ของบริษัทซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา จากเดิมที่คาดไว้ในช่วง 8.9-9.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ลดลงเหลือ 8.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 9.15 หมื่นล้านดอลลาร์  โดยแอปเปิลระบุว่า การปรับลดคาดการณ์รายได้ในครั้งนี้เป็นผลจากยอดขาย iPhone ที่ชะลอตัวลงในจีน ขณะที่อุปสงค์ของลูกค้าในประเทศอื่นก็ไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่บริษัทคาดการณ์ไว้

ธนาคารกลางจีนได้ตัดสินใจผ่อนคลายกฎระเบียบในการประเมินคุณสมบัติของสถาบันการเงินต่างๆภายในประเทศ เพื่อให้สถาบันการเงินสามารถปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลง
หากสถาบันการเงินเหล่านั้นปล่อยเงินกู้ให้กับบริษัทขนาดเล็กและขนาดย่อมแต่ละรายที่กู้ยืมเงินไม่เกิน 10 ล้านหยวน (1.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ระดับ 5 ล้านหยวน โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในทันที
โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะสนับสนุนการระดมเงินทุนเป็นวงกว้าง

 ดัชนี PMI ซึ่งเป็นดัชนีชี้นำทางเศรษฐกิจแย่กว่าคาด
ดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯจากสถาบัน ISM ประกาศออกมาที่ระดับ 54.1 จุด ต่ำกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 57.7 จุด ลดลงจากครั้งก่อนหน้าที่ 59.3 จุด จากประเด็นสงครามการค้า
เมื่อประกอบกับ ดัชนี PMI ภาคการผลิต จากสถาบันไฉซิน ของประเทศจีนที่ประกาศในวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา ออกมาต่ำกว่าคาดที่ 49.7 จุด ต่ำกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 50.3 จุด ลดลงจากครั้งก่อนหน้าที่ 50.2 จุด
สร้างความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลกดดันตลาดการลงทุนทั่วโลก

หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมร่วงลง เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยหุ้นโบอิ้ง ร่วงลง 4% หุ้นแคทเธอร์พิลลาร์ ดิ่งลง 3.8% หุ้น 3M ลดลง 3.7% หุ้นยูไนเต็ด เทคโนโลยีส์ ดิ่งลง 4.4% หุ้นเอเมอร์สัน อิเล็กทริก ลดลง 2.1% และหุ้นอีตัน คอร์ป ร่วงลง 2.9% หุ้นกลุ่มรถยนต์ร่วงลงหลังจากมีรายงานว่า ยอดขายรถยนต์ของบริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่อย่างเจเนอรัล มอเตอร์ (GM) และฟอร์ด มอเตอร์ ร่วงลง 8.8% และ 2.7% ตามลำดับในเดือนธ.ค. โดยราคาหุ้นฟอร์ดปิดตลาดร่วงลง 1.5% ขณะที่หุ้น GM ดิ่งลง 4.1% และหุ้นเฟียต ไครสเลอร์ ร่วงลง 1.3%

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 22,686.22 จุด ร่วงลง 660.02 จุด หรือ -2.83%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,447.89 จุด ลดลง 62.14 จุด หรือ -2.48%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,463.50 จุด ดิ่งลง 202.43 จุด หรือ -3.04%
ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงแรง ทั้งในกลุ่มของเทคโนโลยี อุตสาหกรรม สายการบิน และเวชภัณฑ์
หลังจากนักลงทุนยังกังวลอย่างต่อเนื่องประเด็นสงครามการค้า การชะลอตัวทางเศรษฐกิจ และรับข่าวการปรับลดประมาณการณ์รายได้ของบริษัท แอปเปิล
 
ดัชนี Stoxx Europe 50 ลดลง 1.29% ปิดที่ 2954.66จุด
รับความกังวลเศรษฐกิจชะลอตัว และสงครามการค้า ส่งผลให้กลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง โดยหุ้นเอเอ็มเอส เอจี ดิ่งลงเกือบ 20% หุ้นไดอะล็อก เซมิคอนดักเตอร์ ดิ่งลง 7% และหุ้นอินฟิเนียน เทคโนโลยีส์ ร่วงลง 4%
หุ้นบริษัทสินค้าแบรนด์ดังอย่างเบอร์เบอร์รี่ ร่วงลงกว่า 4% ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ส่วนหุ้นบริษัทค้าปลีกดีดตัวขึ้น โดยหุ้นเทสโก และหุ้นมาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ ต่างก็ปรับตัวขึ้นกว่า 2%

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตขยับลง 0.93 จุด หรือ 0.04% ปิดที่ 2,464.36 จุด
ดัชนีฮั่งเส็งปิดลดลง 65.99 จุด หรือ 0.26% แตะที่ 25,064.36 จุด
ปิดตลาดวันนี้ขยับลง ในขณะที่นักลงทุนต่างจับตาสถานการณ์การค้าระหว่างจีนและสหรัฐ และแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากบริษัท แอปเปิล อิงค์ ได้ปรับลดคาดการณ์รายได้ไตรมาสล่าสุด เนื่องจากยอดขายในจีนชะลอตัวลง

ดัชนี S&P BSE Sensex ปิดตลาดที่ 35,513.71 จุด ลดลง 377.81 จุด หรือ 1.05%
ตลาดหุ้นอินเดียปรับตัวลงเป็นวันที่ 2 ตามการทรุดตัวของดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการอ่อนค่าของรูปี หุ้นกลุ่มโลหะดิ่งลงนำตลาดวันนี้

ตลาดหลักทรัพย์ไทยปิดที่ระดับ 1,560.03 จุด ลดลง 5.91 จุด (-0.38%) มูลค่าการซื้อขาย 39,800.93 ล้านบาท     
จากความกังวลด้านเศรษบกิจชะลอตัวหลังดัชนี PMI สหรัฐฯ ยุโรป และจีนออกมาแย่กว่าคาด ประกอบกับประเด็นกำหนดการเลือกตั้งที่ยังไม่ชัดเจน โดยรัฐบาลระบุว่าไม่เกิน 9 พ.ค.62 จากเดิมกําหนดในวันที่ 24 ก.พ.62  หลังจากที่รัฐบาลยังไม่กำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจนออกมา เพราะจะต้องไม่ให้กระทบกับงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทำให้ Sentiment ตลาดฯปรับตัวลงในช่วงท้ายตลาด

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 55 เซนต์ หรือ 1.2% 47.09 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.04 ดอลลาร์ หรือ 1.9% ปิดที่ 55.95 ดอลลาร์/บาร์เรล
หลังจากผลสำรวจของสื่อต่างประเทศระบุว่า การผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ลดลงในเดือนธ.ค.
อย่างไรก็ตาม สัญญาน้ำมันดิบได้รับแรงกดดันในระหว่างวัน เนื่องจากการร่วงลงอย่างหนักของตลาดหุ้นสหรัฐส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและความต้องการใช้พลังงาน

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 10.70 ดอลลาร์ หรือ 0.83% ปิดที่ 1294.80 ดอลลาร์/ออนซ์
จากการร่วงลงอย่างหนักของตลาดหุ้นสหรัฐส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนสัญญาทองคำปิดตลาดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 2
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญวันนี้
« ตอบกลับ #678 เมื่อ: 03 มกราคม 2019, 23:18:38 PM »
ประเด็นสำคัญวันนี้

+/- ไทย: นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังหารือกับ กกต. ว่า ได้นำ พ.ร.ฎ. เลือกตั้งฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ว แต่ยังไม่ได้รับกลับลงมา ซึ่งเมื่อประกาศใช้ พ.ร.ฎ. แล้ว กกต. ต้องประกาศวันเลือกตั้งภายใน 5 วัน ส่วนในเรื่องของการกำหนดวันเลือกตั้งนั้น เป็นอำนาจของ กกต. ในการพิจารณา แต่ต้องไม่กระทบกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และอยู่ในกรอบ150 วัน หรือไม่เกิน 9 พ.ค. 2019

+/- ไทย: สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) เปิดเผยผลสำรวจเป้าหมายดัชนี SET ปลายปี 2019 มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1782 จุด โดยการเลือกตั้งเป็นปัจจัยหนุนระยะสั้น ส่วนปัจจัยลบมาจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจต่างประเทศ ส่วนหุ้นเด่นที่ถูกเลือกมากสุด ได้แก่ BBL BEM CPALL STEC WHA

- สหรัฐฯ: ISM เผยดัชนีภาคการผลิตร่วงลงสู่ระดับ 54.1 ในเดือน ธ.ค. 2018 จาก 59.3 ในเดือน พ.ย.   โดยต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 57.9 สอดคล้องกับตัวเลข PMI ภาคการผลิตที่ต่ำสุดในรอบ 15 เดือน

+/- สหรัฐฯ: จับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ธ.ค. โดยตลาดคาดเพิ่มขึ้น 184,000 ตำแหน่ง และคาด  การว่างงานทรงตัวที่ระดับ 3.7%


ที่มา
บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญวันนี้
« ตอบกลับ #679 เมื่อ: 06 มกราคม 2019, 23:01:26 PM »
ประเด็นสำคัญวันนี้

+ สหรัฐฯ: ประธานเฟดส่งสัญญาณชะลอปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยกล่าวว่า เฟดจะใช้ความอดทนต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยจะพิจารณาการปรับตัวของภาวะเศรษฐกิจ และเฟดจะไม่ลังเลที่จะเปลี่ยนแปลงแผนการปรับลดงบดุล ซึ่งสอดคล้องกับคำกล่าวของประธานเฟด สาขาคลีฟแลนด์ ที่สนับสนุนให้เฟดยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หากอัตราเงินเฟ้อไม่ได้ดีดตัวขึ้น

+ สหรัฐฯ: การจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 312,000 ตำแหน่ง ในเดือน ธ.ค. สูงสุดในรอบ 10 เดือน โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 177,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานดีดตัวสู่ระดับ 3.9% จากคาดทรงตัวที่ระดับ 3.7%

- โลก: Markit เผย PMI ภาคบริการโลกเดือน ธ.ค. ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 53.1 จาก 53.7 ในเดือน พ.ย. ตามการชะลอตัวลงของ PMI ภาคบริการสหรัฐฯ และยูโรโซน ขณะที่ภาคบริการจีนเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 6 เดือน

+/- โลก: จับตาการเจรจาการค้าระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และจีน ที่กรุงปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 7-8 ม.ค. นี้


ที่มา
บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญ...
« ตอบกลับ #680 เมื่อ: 06 มกราคม 2019, 23:04:17 PM »
FINNOMENA Daily News Update : 7 มกราคม 2562

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,433.16 จุด พุ่งขึ้น 746.94 จุด หรือ +3.29%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,531.94 จุด เพิ่มขึ้น 84.05 จุด หรือ +3.43%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,738.86 จุด เพิ่มขึ้น 275.35 จุด หรือ +4.26%
   ตลาดได้รับปัจจัยหนุนหลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดได้กล่าวในการประชุมประจำปีของสมาคมเศรษฐกิจอเมริกันที่รัฐแอตแลนตาเมื่อวานนี้ว่า
เฟดจะใช้ความอดทนต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยจะพิจารณาการปรับตัวของภาวะเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันนายพาวเวลกล่าวว่า เฟดจะไม่ลังเลที่จะเปลี่ยนแปลงแผนการปรับลดงบดุล หากการดำเนินการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อตลาดการเงิน
   ขณะเดียวกันตลาดยังได้รับแรงหนุนจากความหวังที่ว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะมีความคืบหน้า หลังจากกระทรวงพาณิชย์จีนออกแถลงการณ์ยืนยันว่า คณะผู้แทนของรัฐบาลสหรัฐจะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งในวันที่ 7-8 ม.ค. เพื่อเจรจาการค้ากับเจ้าหน้าที่จีน โดยทั้งสองฝ่ายจะหารือกันเกี่ยวกับแนวทางการบรรลุข้อตกลงเพื่อแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางการค้า
   นอกจากนี้ ความแข็งแกร่งของตัวเลขจ้างงานสหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาดเช่นกัน โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า
ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 312,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 177,000 ตำแหน่ง

ดัชนี S&P BSE Sensex ปิดตลาดที่ 35,695.10 จุด เพิ่มขึ้น 181.39 จุด หรือ 0.51%
ตามตลาดภูมิภาค หลังจากร่วงลงติดต่อกันเป็นเวลา 2 วัน การดีดตัวของดัชนีได้รับปัจจัยบวกจากการแข็งค่าของรูปี และความคาดหวังในการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐในสัปดาห์หน้า หุ้นกลุ่มสื่อสารพุ่งขึ้นนำตลาดวันนี้

ตลาดหลักทรัพย์ไทยปิดที่ระดับ 1,575.13 จุด เพิ่มขึ้น 15.10 จุด (+0.97%) มูลค่าการซื้อขาย 51,419.40 ล้านบาท
หลังสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้อนุมัติร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเพื่อยุติภาวะชัตดาวน์ โดยการอนุมัติงบประมาณดังกล่าวไม่ได้บรรจุงบประมาณในการสร้างกำแพงกั้นชายแดนสหรัฐและเม็กซิโกตามข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงตลาดยังมีความคาดหวังเชิงบวกต่อการเจรจาเรื่องการค้าระหว่างผู้แทนจีนและสหรัฐ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 7-8 ม.ค.นี้

ดัชนีฮั่งเส็งพุ่งขึ้น 561.67 จุด หรือ 2.24% ปิดวันนี้ที่ 25,626.03 จุด
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตพุ่ง 50.51 จุด หรือ 2.05% ปิดที่ 2,514.87 จุด
ขานรับความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ กระทรวงพาณิชย์จีนได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า คณะผู้แทนของรัฐบาลสหรัฐจะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งในวันที่ 7-8 ม.ค.ที่จะถึงนี้ เพื่อเจรจาการค้ากับเจ้าหน้าที่ของจีน
การประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายจะเป็นการเจรจาแบบหน้าต่อหน้าครั้งแรกนับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ตกลงที่จะสงบศึกการค้าชั่วคราวเป็นเวลา 90 วันเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา

ดัชนีนิกเกอิปิดร่วงลง 452.81 จุด หรือ 2.26% แตะที่ 19,561.96 จุด
เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก หลังจากตลาดหุ้นวอลล์สตรีทดิ่งลงอย่างหนักเมื่อคืนนี้
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นโตเกียวได้รับแรงกดดันจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดร่วงลงกว่า 600 จุดเมื่อคืนนี้  หลังจากบริษัทแอปเปิล อิงค์ ปรับลดคาดการณ์รายได้

ดัชนี Stoxx Europe 50 พุ่งขึ้น 2.95% ปิดที่ระดับ 3041.85 จุด
ได้รับแรงหนุนจากความหวังที่ว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะมีความคืบหน้า โดยทั้งสองฝ่ายจะหารือกันเกี่ยวกับแนวทางการบรรลุข้อตกลงเพื่อแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางการค้า
และขานรับการฟื้นตัวทางการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐที่ออกมาดีกว่าคาด

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 87 เซนต์ หรือ 1.85% ปิดที่ 47.96 ดอลลาร์/บาร์เรล และตลอดทั้งสัปดาห์ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นราว 5.8%
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.11 ดอลลาร์ หรือ 1.98% ปิดที่ 57.06 ดอลลาร์/บาร์เรล และตลอดทั้งสัปดาห์ สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นราว 9.3%
โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนมีความหวังว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะมีความคืบหน้า  และการจ้างงานนอกภาคการเกษตรฟื้นตัวดีกว่าคาด

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 9 ดอลลาร์ หรือ 0.7% ปิดที่ 1285.80 ดอลลาร์/ออนซ์ อย่างไรก็ตาม ตลอดทั้งสัปดาห์ สัญญาทองคำปรับตัวขึ้นราว 0.2%
เนื่องจากนักลงทุนลดความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ขานรับตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่ขยายตัวได้ดีเกินคาดในเดือนธ.ค.

ปัจจัยที่ต้องจับตามอง...
ดัชนี ISM Non-Manufacturing PMI สหรัฐฯ
ยอดคำสั่งซื้อสินค้าจากโรงงานเยอรมัน
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
คำคม
« ตอบกลับ #681 เมื่อ: 14 มกราคม 2019, 11:48:15 AM »
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
คำคม
« ตอบกลับ #682 เมื่อ: 14 มกราคม 2019, 11:50:32 AM »
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญ...
« ตอบกลับ #683 เมื่อ: 14 มกราคม 2019, 23:39:03 PM »
FINNOMENA Daily News Update : 15 มกราคม 2562

เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ สำนักงานกฎหมายชื่อดัง เปิดเผยยอดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของจีนในอเมริกาเหนือและยุโรป
ปรับตัวลดลงถึง 73% ในปี 2561 แตะ 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี เทียบกับปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 1.11 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

จีนเผย ตัวเลขการนำเข้าลดลง 7.6% ในเดือนธ.ค.เมื่อเทียบรายปี สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์เพิ่มขึ้น 5% ยอดการส่งออกลดลง 4.4% ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เพิ่มขึ้น 3%
โดยทั้งยอดส่งออกและนำเข้าในเดือนธ.ค.เป็นสถิติที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2559

ตลอดปี 2561 นั้น ยอดส่งออกของจีนปรับตัวขึ้น 7.1% ซึ่งชะลอตัวลงจากปี 2560 ที่มีการขยายตัว 7.9% ขณะที่ยอดนำเข้าขยายตัวเพียง 12.9% ซึ่งชะลอตัวลงจากปี 2560 ที่มีการขยายตัว 15.9%

หุ้นแปซิฟิก ก๊าซ แอนด์ อิเลคทริก (พีจีแอนด์อี) ซึ่งเป็นผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้ารายใหญ่ของสหรัฐ ทรุดฮวบลง 52.4% หลังจากมีรายงานว่า พีจีแอนด์อีเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอพิทักษ์ทรัพย์จากการล้มละลายตามมาตรา 11 ของกฎหมายล้มละลายแห่งสหรัฐ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,909.84 จุด ลดลง 86.11 จุด หรือ -0.36%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,582.61 จุด ลดลง 13.65 จุด หรือ -0.53%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,905.92 จุด ลดลง 65.56 จุด หรือ -0.94%
จากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก นอกจากนั้นนักลงทุนยังจับตาผลประกอบการของบริษัททะเบียนรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ เจพีมอร์แกน เชส, เวลส์ ฟาร์โก, แบล็คร็อค, โกลด์แมน แซคส์ และเน็ตฟลิกซ์

ดัชนี S&P BSE Sensex ปิดตลาดที่ระดับ 35,853.56 ลบ 156.28 จุด หรือ 0.43%
นักลงทุนวิตกต่อเศรษฐกิจจีน หลังการเปิดเผยตัวเลขการค้าที่ซบเซา หุ้นกลุ่มธนาคารดิ่งลงนำตลาดวันนี้ 

ดัชนีฮั่งเส็งร่วงลง 368.94 จุด หรือ 1.38% ปิดวันนี้ที่ 26,298.33 จุด
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปรับตัวลง 18.06 จุด หรือ 0.71% ปิดที่ 2,535.77 จุด
หลังจีนเผยข้อมูลการค้าที่ย่ำแย่ นอกจากนี้ ภาวะการซื้อขายยังได้รับแรงกดดันจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปรับตัวลงเมื่อวันศุกร์ หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนธ.ค.ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือน

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.48% ปิดที่ 347.51 จุด
เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ประกอบกับจับตารอดูการลงมติผ่านร่าง Brexit ทำให้ตลาดยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ

ตลาดหลักทรัพย์ไทยปิดที่ระดับ 1,582.57 จุด ลดลง 14.47 จุด (-0.91%) มูลค่าการซื้อขาย 41,570.09 ล้านบาท
จากความกังวลเศรษฐกิจจีน หลังจากที่ตัวเลขการส่งออก และนำเข้า ชะลอตัวลง ทำให้ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้ส่วนใหญ่ติดลบ

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 1.08 ดอลลาร์ หรือ 2.1% ปิดที่ 50.51 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 1.49 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 58.99 ดอลลาร์/บาร์เรล
จากทางการจีนเปิดเผยตัวเลขการค้าที่ซบเซา ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันของจีน

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 1.80 ดอลลาร์ หรือ 0.14% ปิดที่ 1291.30 ดอลลาร์/ออนซ์
เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดสหรัฐปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่ 2 นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับทองคำเช่นกัน

ปัจจัยที่ต้องจับตามอง...
การลงมติร่างข้อตกลงการแยกตัวจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร
ดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐฯ
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญวันนี้
« ตอบกลับ #684 เมื่อ: 14 มกราคม 2019, 23:51:35 PM »
ประเด็นสำคัญวันนี้

- จีน: จีน เผยตัวเลขการค้าเดือน ธ.ค. 2018 ในรูปดอลลาร์ โดยส่งออกลดลง 4.4% YoY นำเข้าลดลง 7.6% YoY ส่งผลให้จีนมียอดเกินดุลการค้า 5.71 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยทั้งยอดส่งออกและนำเข้าในเดือน ธ.ค. เป็นสถิติที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2016 ส่วนสถิติทั้งปี 2018 จีนมียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 17.2% แตะระดับ 3.233 แสนล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์

+ สหรัฐฯ: Citi Group รายงานกำไร 4Q18 ที่ระดับ 1.61 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 1.55 ดอลลาร์/หุ้น ส่งผลราคาหุ้นพุ่งขึ้น 4.06%

+/- อังกฤษ: จับตารัฐสภาอังกฤษลงมติข้อตกลง Brexit ในคืนนี้ เวลา 20.00-21.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือเช้าวันพุธเวลา 03.00-04.00 น. ตามเวลาไทย


ที่มา
บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญวันนี้
« ตอบกลับ #685 เมื่อ: 17 มกราคม 2019, 00:04:38 AM »
ประเด็นสำคัญวันนี้

+/- ไทย: นายกรัฐมนตรี ยืนยันต้องมีการเลือกตั้งอย่างแน่นอน ภายในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ เพราะรัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ แต่อาจจะขยับอะไรไปมาก็แล้วแต่เหตุผล

+/- ไทย: ธนาคารโลก คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยปี 2019 จะชะลอการเติบโตมาที่ 3.8% จากก่อนหน้านี้คาด 3.9% ตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยที่ 3.9% ในปี 2020 โดยการเติบโตทางเศรษฐกิจยังจะพึ่งพาการบริโภคจากภายในประเทศ เนื่องจากการส่งออกได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ของตลาดโลกที่ลดลง

+/- อังกฤษ: สมาชิกสภาสามัญชนของอังกฤษลงมติด้วยคะแนนเสียง 325-306 เสียง ให้ความไว้วางใจต่อรัฐบาลของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป


ที่มา
บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญ...
« ตอบกลับ #686 เมื่อ: 17 มกราคม 2019, 00:10:54 AM »
FINNOMENA Daily News Update : 17 มกราคม 2562

ธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้อัดฉีดเงินเข้าสู่ตลาดใน ผ่านการดำเนินการข้อตกลง reverse repo
แบงก์ชาติจีนได้ดำเนินการข้อตกลง reverse repo อายุ 7 วัน วงเงิน 3.5 แสนล้านหยวน (ประมาณ 5.176 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ที่อัตราดอกเบี้ย 2.55%
และได้ดำเนินการข้อตกลง reverse repo อายุ 28 วัน วงเงิน 2.2 แสนล้านหยวน ที่อัตราดอกเบี้ย 2.85% เพื่อลดผลกระทบจากการจ่ายภาษีในช่วงสูงสุด

ธนาคารโลก(เวิลด์แบงก์)ได้คงอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 61 ไว้ที่ 4.1%
แต่ในปี 62 โต 3.8% และปี 63 โต 3.9% ซึ่งเป็นการเติบโตที่ชะลอตัวลง
โดยที่ทุกประเทศก็อยู่ในลักษณะเดียวกัน แต่ไทยยังมีตัวช่วยในเรื่องการลงทุน และการบริโภคภายในประเทศ
ทำให้น่าจะได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อยจากสงครามการค้า

ธนาคารสหรัฐฯกำไรสดใส
     โกลด์แมน แซคส์เปิดเผยกำไรในไตรมาส 4 ที่ระดับ 6.04 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.30 ดอลลาร์/หุ้น และรายได้อยู่ที่ระดับ 8.08 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 7.55 พันล้านดอลลาร์
     แบงก์ ออฟ อเมริกาเปิดเผยกำไรในไตรมาส 4 ที่ระดับ 73 เซนต์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 63 เซนต์/หุ้น และรายได้อยู่ที่ระดับ 2.27 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.23 หมื่นล้านดอลลาร์
     หุ้นแบล็คร็อค บริษัทบริหารสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดในโลก พุ่งขึ้น 3.1% แม้เปิดเผยกำไรและรายได้ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด โดยกำไรในไตรมาส 4 ลดลงเกือบ 60% สู่ระดับ 927 ล้านดอลลาร์ หรือ 6.08 ดอลลาร์/หุ้น ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 6.27 ดอลลาร์/หุ้น ส่วนรายได้อยู่ที่ 3.434 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เช่นกัน
หนุนหุ้นกลุ่มธนาคารดีดตัวขึ้น โดยหุ้นโกลด์แมน แซคส์ ทะยานขึ้น 9.5% หุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา พุ่งขึ้น 7.2% หุ้นซิตี้กรุ๊ป เพิ่มขึ้น 1.3% หุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ พุ่งขึ้น 3.7% หุ้นเวลส์ ฟาร์โก เพิ่มขึ้น 2.7% หุ้นเจพีมอร์แกน เชส เพิ่มขึ้น 0.8%

สมาชิกสภาสามัญชนของอังกฤษลงมติด้วยคะแนนเสียง 325-306 เสียง ให้ความไว้วางใจต่อรัฐบาลของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
โดยหลังจากนี้ นางเมย์จะต้องนำเสนอแผนการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ฉบับใหม่ต่อรัฐสภาภายในวันที่ 21 ม.ค. หลังจากรัฐสภาได้ลงมติคว่ำร่างข้อตกลง Brexit ของนางเมย์เมื่อวานนี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,207.16 จุด พุ่งขึ้น 141.57 จุด หรือ +0.59%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,616.10 จุด เพิ่มขึ้น 5.80 จุด หรือ +0.22%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,034.69 จุด เพิ่มขึ้น 10.86 จุด หรือ +0.15%
ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวขึ้นตอบรับผลประกอบการที่สดใส และการให้ความไว้วางใจต่อรัฐบาลของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ
แต่นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ชัตดาวน์ในสหรัฐที่ล่วงเข้าสู่วันที่ 27 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนานเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมห์ และแกนนำพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรส ยังไม่สามารถตกลงกันได้

ดัชนี S&P BSE Sensex ปิดตลาดที่ 36,321.29 จุด เพิ่มขึ้น 2.96 จุด หรือ 0.01%
จากการดีดตัวขึ้นของราคาน้ำมัน การอ่อนค่าของรูปี และรับผลการคว่ำร่างข้อตกลง Brexit

ดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 0.54% ปิดที่ 350.59 จุด
จากการทะยานขึ้นของหุ้นดอยซ์แบงก์ 8.4% หลังจากสื่อรายงานว่า
คณะกรรมกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของเยอรมนีอาจเปิดทางให้ดอยซ์แบงก์ควบรวมกิจการกับคอมเมิร์ซ์แบงก์ ซึ่งเป็นธนาคารคู่แข่ง
นอกจากนั้นแล้วยังตอบรับต่อมติการไว้วางใจนายกรัฐมนตรีอังกฤษด้วย

ดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 71.81 จุด หรือ 0.27% ปิดวันนี้ที่ 26,902.10 จุด
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตขยับขึ้น 0.08 จุด หรือ 0.00% แตะที่ 2,570.42 จุด
ขานรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทางการจีนที่ประกาศออกมาอย่างต่อเนื่อง

ดัชนีนิกเกอิปิดร่วงลง 112.54 จุด หรือ 0.55% แตะที่ระดับ 20,442.75 จุด
เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากดัชนีพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงก่อนหน้านี้
รวมทั้งความวิตกกังวลเกี่ยวกับกระบวนการที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit)
หลังจากรัฐสภาอังกฤษคว่ำร่างข้อตกลง Brexit หุ้นที่ปรับตัวลงในวันนี้นำโดยหุ้นกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน กลุ่มเหมืองแร่ กลุ่มกระดาษและเยื่อกระดาษ

ตลาดหลักทรัพย์ไทยปิดที่ระดับ 1,577.41 จุด เพิ่มขึ้น 0.41 จุด (+0.03%) มูลค่าการซื้อขาย 50,218.66 ล้านบาท
ยังไม่มีปัจจัยอะไรเป็นพิเศษ ต่างก็รอความชัดเจนในเรื่องการเลือกตั้งอยู่ ส่วนปัจจัยนอกประเทศก็ยังไม่บ่งชี้ชัด

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 20 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ 52.31 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 68 เซนต์ หรือ 1.1% ปิดที่ 61.32 ดอลลาร์/บาร์เรล
หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 2 และลดลงมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 5.40 ดอลลาร์ หรือ 0.4% ปิดที่ 1,293.80 ดอลลาร์/ออนซ์
เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) รวมทั้งสถานการณ์ชัตดาวน์ที่ยืดเยื้อในสหรัฐ

ปัจจัยที่ต้องจับตามอง...
ดัชนีราคาผู้บริโภคสหภาพยุโรป
รายงานใบอนุญาตก่อสร้างบ้านสหรัฐฯ
ยอดขายบ้านใหม่สหรัฐฯ
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ One

  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 300
  • พลังน้ำใจ: 2
Re: ประเด็นสำคัญวันนี้
« ตอบกลับ #687 เมื่อ: 17 มกราคม 2019, 01:05:32 AM »
 :wanwan011:

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญวันนี้
« ตอบกลับ #688 เมื่อ: 18 มกราคม 2019, 00:01:51 AM »
ประเด็นสำคัญวันนี้

+ โลก: ทางการจีนยืนยัน นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน จะเดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อเจรจาการค้าในวันที่ 30 ม.ค. นี้

+ ไทย: ม. หอการค้าไทยคาดการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งจะส่งผลให้มีเงินสะพัดในช่วงการเลือกตั้งกว่า 8 หมื่นล้านบาท ผลักดันให้จีดีพีเพิ่มขึ้นจากเดิมได้อีก 0.3% โดยธุรกิจที่จะได้รับผลดี คือ สิ่งพิมพ์ ป้ายโฆษณา กลุ่มค้าส่ง ค้าปลีก ภัตตาคาร น้ำมันปิโตรเลียม ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าวันที่ 24 มี.ค. ถือเป็นวันที่เหมาะสมที่สุดในการจัดการเลือกตั้ง

+/- น้ำมัน: โอเปก ออกรายงานระบุว่า การผลิตน้ำมันของโอเปกลดลง 751,000 บาร์เรล/วัน ในเดือน ธ.ค. สู่ระดับ 31.6 ล้านบาร์เรล/วัน หลังมีการบรรลุข้อตกลงระหว่างกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันลง 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน โดยจะมีผลตั้งแต่เดือนนี้ อย่างไรก็ดี โอเปกคาดว่า    อุปสงค์น้ำมันของโอเปกจะอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 30.8 ล้านบาร์เรล/วัน ในปีนี้ โดยลดลงราว 900,000 บาร์เรล/วัน เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว



ที่มา
บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญ...
« ตอบกลับ #689 เมื่อ: 18 มกราคม 2019, 00:04:05 AM »
FINNOMENA Daily News Update : 18 มกราคม 2562

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนนี้ (17 ม.ค.) หลังจากหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังหารือกันเกี่ยวกับการผ่อนคลายมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน โดยมีเป้าหมายที่จดลดความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศ ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐที่ปรับตัวลงสวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (17 ม.ค.) หลังจากธนาคารโซซิเอเต เจเนราล (ซอคเจน) ของฝรั่งเศส ได้ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการในไตรมาส 4/2561 ซึ่งข่าวดังกล่าวได้ฉุดหุ้นธนาคารรายอื่นๆร่วงลงด้วย นอกจากนี้ นักลงทุนยังระมัดระวังการซื้อขายในช่วงที่สถานการณ์การแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ยังคงไม่ชัดเจน

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (17 ม.ค.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) รายงานว่า สหรัฐผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ตลาดได้รับแรงหนุนในระหว่างวัน จากรายงานที่ว่า การผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปกปรับตัวลดลงในเดือนธ.ค.
          สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 24 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดที่ 52.07 ดอลลาร์/บาร์เรล
        สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 14 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่ 61.18 ดอลลาร์/บาร์เรล


สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (17 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยหลังจากตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 3 นอกจากนี้การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังสร้างแรงกดดันต่อทองคำเช่นกัน

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 1.50 ดอลลาร์ หรือ 0.12% ปิดที่ 1,292.30 ดอลลาร์/ออนซ์

➕ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (17 ม.ค.) หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐที่ปรับตัวลงสวนทางกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานสหรัฐ
          ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.26 เยน จากระดับ 108.92 เยน
        ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1390 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1398 ดอลลาร์

🇯🇵ดัชนีนิกเกอิปิดลบ 40.48 จุด หรือ 0.20% แตะที่ระดับ 20,402.27 จุด
- ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดปรับตัวลงในวันนี้ เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับข่าวที่ว่า ทางการสหรัฐกำลังสอบสวนคดีอาญาต่อบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ ฐานขโมยความลับทางการค้า
          หุ้นที่ปรับตัวขึ้นในวันนี้นำโดยหุ้นกลุ่มกระดาษและเยื่อกระดาษ กลุ่มโบรกเกอร์ และกลุ่มสินค้าเบ็ดเตล็ด ขณะที่หุ้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง กลุ่มเกษตรและป่าไม้ และกลุ่มค้าปลีก ปรับตัวลดลง
          หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า พนักงานอัยการสหรัฐกำลังเร่งสอบสวนคดีอาญาต่อบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ ธุรกิจโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีน ฐานขโมยความลับทางการค้าจากบริษัทที-โมบายล์ ผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายของสหรัฐ รวมถึงบริษัทสหรัฐรายอื่นๆ
          แหล่งข่าวระบุว่า การสอบสวนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่สหรัฐได้ดำเนินการฟ้องร้องคดีแพ่งต่อหัวเว่ยมาแล้วหลายครั้งในช่วงก่อนหน้านี้ และบางคดีได้ตัดสินไปแล้ว โดยหนึ่งในนั้นคือคดีที่ศาลซีแอตเทิลซึ่งคณะลูกขุนได้ตัดสินว่า หัวเว่ยมีความผิดฐานยักยอกเทคโนโลยีหุ่นยนต์จากห้องปฏิบัติการวิจัยของบริษัทที-โมบายล์ ที่เมืองเบลวิว รัฐวอชิงตัน


🇨🇳ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตอ่อนตัว 10.78 จุด หรือ 0.42% ปิดที่ 2,559.64 จุด
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้ปรับตัวลง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจประเทศ   
          ธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้ปรับลดต้นทุนการกู้ยืมระหว่างธนาคารลงโดยไม่ได้ลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างเป็นทางการ เพื่อคลายความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจจีน และความเคลื่อนไหวล่าสุดเมื่อวานนี้ของธนาคารกลางจีนก็คือการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบจำนวนมหาศาล
          การปรับลดต้นทุนการกู้ยืมของแบงก์ชาติจีนผ่านการปรับลดเงินสดที่ธนาคารต่างๆต้องกันสำรองไว้, การปรับลดต้นทุนการระดมทุนผ่านทางโครงการเงินกู้ระยะกลาง (MLF) นั้นถือเป็นผลสำเร็จ เนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมระหว่างธนาคารผ่านทางข้อตกลงการซื้อพันธบัตรโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repurchase agreement หรือ reverse repo) อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าต้นทุนของ reverse repo ส่วนใหญ่ในเดือนม.ค.


🇭🇰ดัชนีฮั่งเส็งลดลง 146.47 จุด หรือ 0.54% ปิดวันนี้ที่ 26,755.63 จุด
- ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดวันนี้ปรับตัวลดลง ขณะที่ตลาดยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit)
          ทั้งนี้ สมาชิกสภาสามัญชนของอังกฤษลงมติด้วยคะแนนเสียง 325-306 เสียง ไว้วางใจรัฐบาลของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
          หลังจากนี้นางเมย์จะต้องนำเสนอแผน Brexit ฉบับใหม่ต่อรัฐสภาภายในวันที่ 21 ม.ค. หลังจากที่เมื่อวานนี้ รัฐสภาลงมติด้วยคะแนนเสียงถล่มทลาย 432 ต่อ 202 เสียง ปฏิเสธร่างข้อตกลง Brexit ของนางเมย์
          นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งในตลาดสหรัฐ รวมถึงเน็ตฟลิกซ์ และมอร์แกน สแตนลีย์


🇮🇳ดัชนี S&P BSE Sensex ปิดตลาดที่ 36,374.08 จุด เพิ่มขึ้น 52.79 จุด หรือ 0.15%
- ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 3 ขณะที่นักลงทุนจับตาการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ตลาดได้แรงหนุนจากการร่วงลงของราคาน้ำมัน และการแข็งค่าของรูปี  หุ้นกลุ่มการเงินพุ่งขึ้นนำตลาดวันนี้

🇹🇭ตลาดหลักทรัพย์ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,580.30 จุด เพิ่มขึ้น 2.89 จุด (+0.18%) มูลค่าการซื้อขาย 41,844.35 ล้านบาท         
          ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัว ดัชนีฯยืนในแดนบวกได้เป็นส่วนใหญ่ ขานรับความเชื่อมั่นที่มีมากขึ้น หลังจากที่ Fund Flow ต่างชาติไหลเข้ามา 5 วันติดต่อกัน และการเลือกตั้งมีความชัดเจนมากขึ้น หลังจากที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ส่งสัญญาณ 24 มี.ค.เหมาะสมจัดการเลือกตั้ง ทำให้มีแรงซื้อข้ามาหนุนตลาดฯมากขึ้น
          "ตอนนี้ที่กดดันตลาดฯก็มีแต่แรงขายของสถาบัน เมื่อไรหยุดขายตลาดฯก็มีโอกาสขึ้นไปต่อได้"
          ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ ขณะที่ตลาดในยุโรปเทรดบ่ายนี้ปรับตัวลงเช่นเดียวกับดาวโจนส์ฟิวเจอร์สที่ติดลบ มองว่าเป็นผลจากปัจจัยเฉพาะตัวของแต่ละตลาดฯ พร้อมให้ติดตาม Brexit, สงครามการค้า และในวันจันทร์หน้าให้ติดตามตัวเลข GDP ของจีนที่จะประกาศออกมา โดยดูว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาด้วยหรือไม่


🇺🇸ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,370.10 จุด เพิ่มขึ้น 162.94 จุด หรือ +0.67%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,084.46 จุด เพิ่มขึ้น 49.77 จุด หรือ +0.71%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,635.96 จุด เพิ่มขึ้น 19.86 จุด หรือ +0.76%
          ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวขึ้นหลังจากหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานโดยอ้างแหล่งหล่าวว่า คณะทำงานของปธน.ทรัมป์กำลังหารือกันเกี่ยวกับการผ่อนคลายมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ซึ่งอาจจะเป็นการยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าบางประเภทหรืออาจจะยกเลิกทั้งหมด
          รายงานของวอลล์สตรีท เจอร์นัลระบุว่า นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐเป็นผู้เสนอแนวทางดังกล่าว โดยมีเป้าหมายที่จะโน้มน้าวให้จีนยอมทำข้อตกลงการค้าทวิภาคี และเพื่อสร้างเสถียรภาพในตลาดการเงิน
          หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมซึ่งมีความอ่อนไหวต่อประเด็นการค้าระหว่างประเทศ พุ่งขึ้นขานรับข่าวดังกล่าว โดยหุ้นโบอิ้ง พุ่งขึ้น 2.05% หุ้นแคทเธอร์พิลลาร์ เพิ่มขึ้น 2.2% หุ้น 3M เพิ่มขึ้น 1.2% หุ้นเอเมอร์สัน อิเล็กทริก เพิ่มขึ้น 1.01% หุ้นเจเนอรัล อิเล็กทริก พุ่งขึ้น 1.8% ส่วนดัชนีหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมพุ่งขึ้น 1.7%
          หุ้นกลุ่มผู้ผลิตยุทธปัจจัยด้านกลาโหมพุ่งขึ้น หลังจากปธน.ทรัมป์เปิดเผยแผนยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศด้วยขีปนาวุธรุ่นใหม่ โดยหุ้นนอร์ทธอร์ป กรัมแมน ซึ่งเป็นบริษัทผลิตอาวุธรายใหญ่ของสหรัฐ พุ่งขึ้น 3.3% และหุ้นล็อคฮีด มาร์ติน ดีดตัวขึ้น 2.4%
          หุ้นอเมซอน ปรับตัวขึ้น 0.6% หลังจากมีรายงานว่าจำนวนผู้สมัครสมาชิก "Amazon Prime" พุ่งขึ้นแตะระดับ 101 ล้านคน
          หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้นโกลด์แมน แซคส์ เพิ่มขึ้น 1.02% หุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ขยับขึ้น 0.12% หุ้นซิตี้กรุ๊ป เพิ่มขึ้น 0.5% หุ้นเวลส์ ฟาร์โก เพิ่มขึ้น 0.6% หุ้นเจพีมอร์แกน เชส เพิ่มขึ้น 0.4%
          อย่างไรก็ตาม หุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ ร่วงลง 4.4% หลังจากธนาคารเปิดเผยกำไรในไตรมาส 4 ที่ระดับ 80 เซนต์/หุ้น ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 89 เซนต์/หุ้น ขณะที่รายได้อยู่ที่ 8.55 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 9.3 พันล้านดอลลาร์
          นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากข้อมูลแรงงานที่สดใสของสหรัฐ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 3,000 ราย สู่ระดับ 213,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 220,000 ราย
          นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐในคืนนี้ ซึ่งได้แก่ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรม-อัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนธ.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนม.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน
          นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ชัตดาวน์ในสหรัฐที่ล่วงเข้าสู่วันที่ 28 แล้ว ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนานเป็นประวัติการณ์ รวมทั้งสถานการณ์การแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยรายงานล่าสุดระบุว่า ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน รวมทั้งภาคธุรกิจของอังกฤษ ต่างออกมาเรียกร้องให้มีการจัดการลงประชามติ Brexit ครั้งใหม่ โดยจะใช้ชื่อว่า "People's Vote"




🇪🇺ดัชนี Stoxx Europe 600 ขยับขึ้นเพียง 0.04% ปิดที่ระดับ 350.73 จุด
          ตลาดหุ้นยุโรปปิดตลาดอ่อนแรงลงหลังจากธนาคารซอคเจนคาดการณ์ว่า รายได้จากการลงทุนในตลาดทุนช่วงไตรมาส 4/2561 จะลดลงราว 20% และรายได้จากธุรกิจดังกล่าวตลอดปี 2561 จะลดลง 10% เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภาวะผันผวนในตลาดทุนทั่วโลก
          ข่าวดังกล่าวได้ฉุดหุ้นซอคเจนร่วงลง 5% หุ้นบีเอ็นพี พาริบาส์ ดิ่งลง 4% หุ้นดอยซ์แบงก์ ร่วงลงกว่า 3% และหุ้นเอชเอสบีซี โฮลดิ้งส์ ลดลง 0.8%
          หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงตามทิศทางราคาน้ำมัน โดยหุ้นรอยัล ดัทช์ เชลล์ ลดลง 0.8% หุ้นเอสเอสอี ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานของสก็อตแลนด์ ดิ่งลง 3.3%
          สำหรับความเคลื่อนไหวต่างๆที่มีผลต่อภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นยุโรปนั้น นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้แถลงต่อรัฐสภายุโรปว่า เศรษฐกิจยูโรโซนอ่อนตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ อันเป็นผลมาจากปัจจัยลบจากภายนอก ซึ่งรวมถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน
          นายดรากียอมรับว่า เศรษฐกิจยูโรโซนยังจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจาก ECB เนื่องจากมีแนวโน้มว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจอาจเกิดขึ้นยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้
          นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์การแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยรายงานล่าสุดระบุว่า ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน รวมทั้งภาคธุรกิจของอังกฤษ ต่างออกมาเรียกร้องให้มีการจัดการลงประชามติ Brexit ครั้งใหม่ โดยจะใช้ชื่อว่า "People's Vote"


ปัจจัยที่ต้องจับตามอง...
ยอดค้าปลีกประเทศอังกฤษ
อัตราเงินเฟ้อประเทสแคนาดา
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญวันนี้
« ตอบกลับ #690 เมื่อ: 20 มกราคม 2019, 23:24:12 PM »
ประเด็นสำคัญวันนี้

+ โลก: สหรัฐฯ กำลังพิจารณาที่จะการผ่อนคลายมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ขณะที่จีนเองก็ได้เสนอเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ

+ น้ำมัน: ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 3.3% ปิดที่ 53.80 ดอลลาร์/บาร์เรล ได้แรงหนุนจากข่าวการค้าจีนและสหรัฐฯ รวมถึงเบเกอร์ ฮิวจ์ เปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐฯ ที่มีการใช้งาน ลดลง 21 แท่น มาอยู่ที่ 852 แท่น ในสัปดาห์ก่อน เป็นการลดลงมากที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี

+/- อังกฤษ: นางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรี จะเสนอแผนสำรอง Brexit ต่อรัฐสภาอังกฤษ โดยจะมีการอภิปราย และลงมติต่อแผนดังกล่าวในวันที่ 29 ม.ค.

+/- จีน: จับตาจีดีพี 4Q19 (คาดโต 6.4% จาก 6.5% ใน 3Q18)

+/- สหรัฐฯ: ตลาดหุ้นและพันธบัตรปิดทำการเนื่องในวัน Martin Luther King Jr.


ที่มา
บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญ...
« ตอบกลับ #691 เมื่อ: 20 มกราคม 2019, 23:27:22 PM »
FINNOMENA Daily News Update : 21 มกราคม 2562

จีนเสนอที่จะเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐเพื่อลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐที่มีต่อจีนให้เหลือศูนย์ภายในปี 2567 จากที่ขาดดุลการค้าต่อจีนจำนวน 3.23 แสนล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว
ขณะที่การเจรจาในระดับรายละเอียดยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง หลังจากที่ทางการจีนยืนยันว่า นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน จะเดินทางเยือนสหรัฐในช่วงปลายเดือนนี้ เพื่อเปิดการเจรจากับสหรัฐรอบใหม่

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายงานในวันนี้ว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐพุ่งขึ้นมากที่สุดในรอบ 10 เดือนในเดือนธ.ค. โดยได้แรงหนุนจากการผลิตรถยนต์ และสินค้าหลากหลายประเภท
เฟดเปิดเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐพุ่งขึ้น 1.1% ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.ปีที่แล้ว โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% หลังจากขยับขึ้น 0.1% ในเดือนพ.ย.

ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 90.7 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2559 โดยต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 96.4 หลังจากแตะระดับ 98.3 ในเดือนธ.ค.

อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเทสลา อิงค์ ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของสหรัฐ ประกาศปลดพนักงานจำนวน 7% ประมาณ 3,150 คน
หลังจากที่บริษัทประกาศมาตรการปรับลดค่าใช้จ่ายก่อนหน้านี้ เพื่อหวังลดราคารถยนต์ และเพิ่มกำไรบริษัท

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,706.35 จุด เพิ่มขึ้น 336.25 จุด หรือ 1.38%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,670.71 จุด เพิ่มขึ้น 34.75 จุด หรือ 1.32%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,157.23 จุด เพิ่มขึ้น 72.76 จุด หรือ 1.03%
ทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 3%, S&P500 เพิ่มขึ้น 2.9% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 2.7%
ขานรับการเจรจาสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯที่รุดหน้าไปได้ด้วยดี ควบคู่กับตัวเลขทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง

หุ้นทั้ง 11 กลุ่มหลักในดัชนี S&P500 ต่างปรับตัวขึ้น นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานและอุตสาหกรรม โดย 8 ใน 11 กลุ่ม ปรับตัวขึ้นมากกว่า 1%
ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้นราว 1.5% ซึ่งช่วยดันดัชนี Nasdaq ปิดบวกแข็งแกร่ง

ดัชนีนิกเกอิปิดพุ่งขึ้น 263.80 จุด หรือ 1.29% แตะที่ 20,666.07 จุด
ขานรับความหวังที่ว่า ความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะคลี่คลายลง หลังจากมีรายงานว่า สหรัฐกำลังพิจารณายกเลิกการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนบางส่วนหรือทั้งหมด
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นในวันนี้นำโดยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มขนส่งทางทะเล และกลุ่มก่อสร้าง

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตพุ่ง 36.37 จุด หรือ 1.42% ปิดที่ 2,596.01 จุด
ดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 335.18 จุด หรือ 1.25% ปิดวันนี้ที่ 27,090.81 จุด
ขานรับดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3
หลังจากหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
กำลังหารือกันเกี่ยวกับการผ่อนคลายมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน โดยมีเป้าหมายที่จะลดความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศ

ดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 6.32 จุด หรือ 1.80% ปิดที่ 357.05 จุด และทั้งสัปดาห์เพิ่มขึ้น 1.9% 
รับความหวังที่ว่าสงครามการค้าระหว่างสองประเทศมหาอำนาจใกล้ปิดฉาก
สำหรับหุ้นที่ปิดแดนบวกในวันศุกร์ หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวขึ้น หลังบริษัทริโอ ทินโต คาดการณ์ยอดส่งออกสูงขึ้น ซึ่งช่วยให้หุ้นบริษัทเหมืองรายอื่นๆ ปรับตัวขึ้นตามไปด้วย         

ดัชนี S&P BSE Sensex ปิดตลาดวันนี้ที่ 36,386.61 จุด เพิ่มขึ้น 12.53 จุด หรือ 0.03%
จากการคลายความกังวลสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน แต่ถูกกดดันไว้ด้วยราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น

ตลาดหลักทรัพย์ไทยปิดวันที่ระดับ 1,583.77 จุด เพิ่มขึ้น 3.47 จุด (+0.22%) มูลค่าการซื้อขาย 48,270.79 ล้านบาท
ขานรับข่าวสงครามการค้าคลี่คลาย แต่เผชิญแรงขายในกลุ่มธนาคาร ที่คาดว่าจะมีกำไรค่ำกว่าคาดจากการตั้งสำรองที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตามราคาน่้ำมันที่ปรับตัวขึ้นส่งผลให้มีแรงซื้อในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีเข้ามาหนุน

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 1.73 ดอลลาร์ หรือ 3.3% ปิดที่ 53.80 ดอลลาร์/บาร์เรล และเพิ่มขึ้น 4.3% ตลอดทั้งสัปดาห์ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.52 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 62.70 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ทั้งสัปดาห์ เพิ่มขึ้น 3.7%
หลังมีรายงานว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ได้ปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันในเดือนธ.ค. ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด
นอกจากนี้ ภาวะการซื้อขายยังได้แรงหนุน หลังมีสัญญาณที่ดีว่าความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนกำลังจะได้รับการคลี่คลายในเร็ววัน
ประกอบกับเบเกอร์ ฮิวจ์ เผยจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันรายสัปดาห์ในสหรัฐลดลงมากที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี ซึ่งข้อมูลดังกล่าวมีส่วนสนับสนุนให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 9.70 ดอลลาร์ หรือ 0.75% ปิดที่ 1,282.60 ดอลลาร์/ออนซ์ และลดลง 0.5% ในรอบสัปดาห์ ซึ่งเป็นการลดลงสัปดาห์แรกนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธ.ค.
เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย และหันไปเพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นและดอลลาร์สหรัฐ หลังตลาดคลายกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ปัจจัยที่ต้องจับตามอง...
การปราศรัยของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เทเรซา เมย์
การประชุมผู้นำสหภาพยุโรป
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ One

  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 300
  • พลังน้ำใจ: 2
Re: ประเด็นสำคัญวันนี้
« ตอบกลับ #692 เมื่อ: 21 มกราคม 2019, 03:20:10 AM »
 :wanwan011:

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญ...
« ตอบกลับ #693 เมื่อ: 21 มกราคม 2019, 23:36:58 PM »
FINNOMENA Daily News Update : 22 มกราคม 2562

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทำการวันจันทร์ที่ 21 ม.ค.เนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์
ตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการวันจันทร์ที่ 21 ม.ค.เนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์
ตลาดน้ำมันนิวยอร์กปิดทำการวันจันทร์ที่ 21 ม.ค.เนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์
ตลาดเงินนิวยอร์กปิดทำการวันจันทร์ที่ 21 ม.ค.เนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์


สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า GDP ในไตรมาส 4/2561 ขยายตัวเพียง 6.4% ส่วน GDP ตลอดปี 2561 ขยายตัว 6.6% จากระดับของปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นการขยายตัวที่ระดับต่ำสุดในรอบ 28 ปี อันเนื่องมาจากผลกระทบของการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน
ขณะที่การลงทุนในด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของจีนในปี 2561 ขยายตัว 9.5% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่รวดเร็วกว่าในปี 2560 อยู่ 2.5%

สถานการณ์ชัตดาวน์ในสหรัฐที่ยังคงยืดเยื้อ โดยแม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยื่นข้อเสนอให้ขยายการคุ้มครองผู้อพยพวัยเยาว์ที่เดินทางเข้ามาในสหรัฐโดยผิดกฎหมายตั้งแต่เด็กภายใต้โครงการ DACA เพื่อแลกกับการอนุมัติงบประมาณสร้างกำแพงกั้นชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโกมูลค่า 5.7 พันล้านดอลลาร์ แต่แกนนำพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรส ซึ่งรวมถึงนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวของทรัมป์   
         
ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดลบ 0.19% แตะที่ระดับ 356.36 จุด
กังวลเศรษฐกิจจีนชะลอตัวและประเด็นGovernment Shutdown ที่ยังตกลงกันไม่ได้
      อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มสายการบินดีดตัวขึ้น โดยหุ้นแอร์ฟรานซ์ พุ่งขึ้นกว่า 5% และหุ้นไรอันแอร์ โฮลดิ้งส์ ทะยานขึ้น 3.4%
          ส่วนหุ้นจัสอีท ซึ่งเป็นผู้ให้บริการจัดส่งอาหาร ดีดตัวขึ้น 1% หลังจากนายปีเตอร์ พลัมบ์ ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท

ดัชนีนิกเกอิปิดบวก 53.26 จุด หรือ 0.26% แตะที่ 20,719.33 จุด
- ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดขยับขึ้นในวันนี้ โดยได้ปัจจัยหนุนจากตลาดหุ้นสหรัฐที่ปิดพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ตาม แรงบวกได้ถูกสกัดลงเนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากดัชนีนิกเกอิพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน  หุ้นที่ปรับตัวขึ้นในวันนี้นำโดยหุ้นกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน กลุ่มเหมืองแร่ และกลุ่มขนส่งทางทะเล

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตบวก 14.50 จุด หรือ 0.56% ปิดที่ 2,610.51 จุด
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้ปรับตัวสูงขึ้น ภายหลังจากที่จีนได้เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่บ่งชี้ถึงการขยายตัวและการชะลอตัวล

ดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 105.73 จุด หรือ 0.39% ปิดวันนี้ที่ 27,196.54 จุด
- ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 4 เมื่อวันศุกร์ เนื่องจากนักลงทุนมีความหวังว่าความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนอาจได้รับการแก้ไขในเร็ววัน

ดัชนี S&P BSE Sensex ปิดตลาดที่ 36,578.96 จุด เพิ่มขึ้น 192.35 จุด หรือ 0.53%
- ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียดีดตัวขึ้นเกือบ 200 จุดในวันนี้ โดยปรับตัวขึ้นเป็นวันทำการที่ 5 ตามตลาดภูมิภาค จากการที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน  นอกจากนี้ นักลงทุนยังคาดการณ์ว่าจีนจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังการเปิดเผยตัวเลขการขยายตัวที่อ่อนแอในปีที่แล้ว  หุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้นนำตลาดวันนี้

ตลาดหลักทรัพย์ไทยปิดวันที่ระดับ 1,588.38 จุด เพิ่มขึ้น 4.61 จุด (+0.29%) มูลค่าการซื้อขาย 45,130.70 ล้านบาท
           ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้น รับอานิสงส์จากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่ผ่อนคลายลง แต่ยังต้องติดตามความชัดเจนต่อไป และตลาดฯก็ได้รับแรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวขึ้นมากในวันนี้ อันเป็นผลจากราคาน้ำมันได้ปรับตัวขึ้น
         
          อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังไม่ได้ไว้วางใจต่อภาพโดยรวมมาก โดยยังระมัดระวังการลงทุนอยู่ เมื่อดัชนีฯเข้าใกล้ระดับ 1,600 จุด บวก/ลบ ก็จะมีแรงขายสลับออกมา
          ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียในช่วงบ่ายนี้ได้ลดช่วงบวกลงบ้าง หลังจากที่ตลาดในยุโรปที่เทรดบ่ายนี้ได้ติดลบเป็นส่วนใหญ่ และยังเฝ้ารอดูเรื่องร่างข้อตกลงการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ด้วย ซึ่งวันนี้เป็นวันที่จะต้องยื่นแผนใหม่ต่อรัฐสภาอังกฤษ
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญวันนี้
« ตอบกลับ #694 เมื่อ: 21 มกราคม 2019, 23:46:35 PM »
ประเด็นสำคัญวันนี้

+/- จีน: จีดีพี 4Q18 โต 6.4% ตามที่ตลาดคาด จาก 6.5% ใน 3Q18

ส่วนตลอดปี 2018 ขยายตัว 6.6% ต่ำสุดในรอบ 28 ปี

- ไทย: การส่งออกเดือน ธ.ค. ลดลง 1.72% YoY ต่ำกว่าที่ตลาดคาดว่าจะลดลง 0.6% จากผลกระทบสงครามการค้า และแนวโน้มการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี ส่วนการนำเข้าลดลง 8.15% ส่งผลให้เกินดุลการค้า 1,064 ล้านดอลลาร์ ส่วนทั้งปี 2018 การส่งออกขยายตัว 6.7% นำเข้า ขยายตัว 12.51% เกินดุล 3,254 ล้านดอลลาร์

- โลก: IMF ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกลงเหลือ 3.5% ในปีนี้ และ 3.6% ในปีหน้า จากระดับคาดการณ์เดิมที่ 3.7% สำหรับทั้ง 2 ปีที่มีการคาดการณ์ในเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว

+/- อังกฤษ: นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่าจะพยายามเจรจาเรื่องปัญหาชายแดนไอร์แลนด์เหนือกับทาง EU แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดมากนัก ในการแถลงแผนสำรอง Brexit ต่อรัฐสภาอังกฤษวานนี้ พร้อมทั้งกล่าวว่าการทำประชามติครั้งใหม่จะเป็นการคุกคามความแน่นแฟ้นทางสังคมของอังกฤษ


ที่มา
บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญวันนี้
« ตอบกลับ #695 เมื่อ: 22 มกราคม 2019, 23:20:11 PM »
ประเด็นสำคัญวันนี้

+ ไทย: นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำวานนี้ว่า พระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งจะมีผลในเร็วๆ นี้ ส่วนตนเองในขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจอนาคตทางการเมืองว่า จะตอบรับพรรคการเมืองใดหรือไม่

+ ไทย: ครม. มีมติเห็นชอบการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน หรือ Southern Economic Coridor (SEC) ในพื้นที่จังหวัดชุมพร - ระนอง และพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี - นครศรีธรรมราช ประกอบด้วยโครงการจำนวนรวม 116 โครงการ กรอบวงเงินปี 2019 - 2022 รวม 106,790 ล้านบาท

- โลก: ทำเนียบขาวได้ปฏิเสธแผนการจัดการเจรจาการค้ากับจีน จากเดิมมีกำหนดพบปะกับเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีช่วย 2 ราย ในสัปดาห์นี้ อันเนื่องจากความแตกต่างทางความคิดของทั้งสองฝ่ายในการบังคับใช้กฎระเบียบเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา

- น้ำมัน: ราคาน้ำมันดิบ WTI กลับมาร่วงลง 2.3% ปิดที่ 52.57 ดอลลาร์/บาร์เรล จากความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และเศรษฐกิจโลก หลัง IMF ปรับลดคาดการณ์จีดีพีโลกในปีนี้และปีหน้าลง เหลือ 3.5% และ 3.6% จากเดิมคาด 3.7% ทั้งสองปี


ที่มา
บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญ...
« ตอบกลับ #696 เมื่อ: 22 มกราคม 2019, 23:28:12 PM »
FINNOMENA Daily News Update : 23 มกราคม 2562

IMF ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกใน3.5% ในปีนี้ และ 3.6% ในปีหน้า โดยต่ำกว่าระดับ 3.7% สำหรับทั้ง 2 ปีที่มีการคาดการณ์ในเดือนต.ค.ปีที่แล้ว
 ขณะที่เตือนว่ายังคงเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายประการ ทั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 เดือน ที่ IMF ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลก

สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผย
ยอดขายบ้านมือสองดิ่งลง 6.4% สู่ระดับ 4.99 ล้านยูนิตในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี
โดยยอดขายถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของราคาบ้าน รวมทั้งการขาดแคลนที่ดินและแรงงาน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,404.48 จุด ร่วงลง 301.87 จุด หรือ -1.22%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,632.90 จุด ลดลง 37.81 จุด หรือ -1.42%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,020.36 จุด ดิ่งลง 136.87 จุด หรือ -1.91%
รับความกังวลเศรษฐกิจชะลอตัว หลัง IMF ออกมาปรับลดประมาณการณ์ และการประกาศ GDP ต่ำที่สุดในรอบ 28 ปีของจีน
และปัญหาสงครามการค้าที่ยังไม่ชัดเจนหลังมีข่าว รัฐบาลสหรัฐจะยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการเพื่อขอให้แคนาดาส่งตัวนางเมิ่ง หว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี กลับมาดำเนินคดีในสหรัฐ

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดลบ 0.36% แตะที่ระดับ 355.09 จุด
รับความกังวลเศรษฐกิจชะลอตัว

ดัชนีนิกเกอิปิดลบ 96.42 จุด หรือ 0.47% แตะที่ระดับ 20,622.91 จุด
หลังจากที่มีรายงานว่า สหรัฐอาจจะยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ส่งตัวนางเมิ่ง หว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการรอฟังคำตัดสินจากศาลในแคนาดานั้น

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตร่วง 30.81 จุด หรือ 1.18% ปิดที่ 2,579.70 จุด
ดัชนีฮั่งเส็งลดลง 191.09 จุด หรือ 0.70% ปิดวันนี้ที่ 27,005.45 จุด
หลังจากที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลก

ดัชนี S&P BSE Sensex ปิดตลาดที่ 36,444.64 จุด ลดลง 134.32 จุด หรือ 0.37%       
ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียร่วงลงตามตลาดภูมิภาคในวันนี้ หลังปรับตัวขึ้นเป็นเวลา 5 วันติดต่อกัน
รับความกังวลเศรษฐกิจชะลอตัว และกรณี Brexit ที่ยังหาข้อสรุปมิได้

ตลาดหลักทรัพย์ไทยปิดที่ระดับ 1,601.77 จุด เพิ่มขึ้น 13.39 จุด (+0.84%) มูลค่าการซื้อขาย 49,265.90 ล้านบาท
ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นสวนทางตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ติดลบกัน รับแรงซื้อส่วนใหญ่มาจากหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาล
หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ค่ายา-เวชภัณฑ์-ค่าบริการทางการแพทย์เป็นสินค้าควบคุม
แต่การควบคุมดังกล่าวไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะเข้าไปควบคุมราคาสูงสุด นอกจากนี้ยังได้ Sentiment บวกจากความคาดหวังการจะกำหนดวันเลือกตั้งได้ในเร็ว ๆ นี้

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. ร่วงลง 1.23 ดอลลาร์ หรือ 2.3% ปิดที่ 52.57 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 1.20 ดอลลาร์ หรือ 2% ปิดที่ 61.50 ดอลลาร์/บาร์เรล
ราคาน้ำมันปิดร่วงลงกว่า 2% เมื่อคืนนี้ (22 ม.ค.) เนื่องจากความกังวลที่ว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจจีนนั้น จะส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันปรับตัวลดลงด้วย

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 80 เซนต์ หรือ 0.06% ปิดที่ 1,283.40 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (22 ม.ค.) เนื่องจากการร่วงลงของตลาดหุ้นสหรัฐส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเป็นปัจจัยหนุนตลาดทองคำด้วย

ปัจจัยที่ต้องจับตามอง
แถลงการณ์ธนาคารกลางญี่ปุ่น
ดัชนี PMI ภาคอุตสาหกรรมญี่ปุ่น
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ One

  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 300
  • พลังน้ำใจ: 2
Re: ประเด็นสำคัญวันนี้
« ตอบกลับ #697 เมื่อ: 23 มกราคม 2019, 02:39:28 AM »
 :wanwan011:

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญวันนี้
« ตอบกลับ #698 เมื่อ: 24 มกราคม 2019, 01:12:59 AM »
ประเด็นสำคัญวันนี้

+ ไทย: ราชกิจจานุเบกษาประกาศ พ.ร.ฎ. การเลือกตั้ง ขณะที่ กกต. แถลงว่า ที่ประชุม กกต. มีมติให้จัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 24 มี.ค. 2019 โดยจะเปิดรับสมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งในระหว่างวันที่ 4-8 ก.พ. 2019 ขณะที่ยังไม่ตอบว่าการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งจะสามารถทำได้ก่อนวันที่ 9 พ.ค. หรือไม่

- ไทย: ส.อ.ท. แถลงความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมประจำเดือน ธ.ค. 2018 อยู่ที่ระดับ 93.2 ลดลงจาก 93.9 ในเดือน พ.ย. 2018เนื่องจากผู้ประกอบการเร่งผลิตสินค้าไปแล้วในเดือน พ.ย. 2018 เพื่อชดเชยวันทำงานที่น้อยกว่าปกติในช่วงเดือน ธ.ค. ขณะเดียวกันผู้ประกอบการมีความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

- สหรัฐฯ: ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐฯ อาจมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ 0% ในไตรมาสแรก หากการปิดหน่วยงานรัฐบาล ยังคงยืดเยื้อต่อไป

+/- ยุโรป: จับตาผลการประชุม ECB โดยตลาดคาดคงนโยบายการเงิน


ที่มา
บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญ...
« ตอบกลับ #699 เมื่อ: 24 มกราคม 2019, 01:18:10 AM »
FINNOMENA Daily News Update : 24 มกราคม 2562

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2562
ซึ่งกระบวนการเดินหน้าเป็นไปตามที่คาดไว้ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้ในเดือนมี.ค.นี้
ขณะที่ล่าสุด ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงว่า ที่ประชุม กกต.วันนี้มีมติให้จัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในวันที่ 24 มี.ค.62

สถานการณ์ชัตดาวน์หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐที่ย่างเข้าสู่วันที่ 34 ขณะที่นายเควิน แฮสเซทท์ ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจของปธน.ทรัมป์ กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐอาจขยายตัวที่ระดับ 0% ในไตรมาสแรกปีนี้ หากภาวะชัตดาวน์ยังคงยืดเยื้อต่อไป

นักลงทุนจับตาวุฒิสภาสหรัฐเตรียมโหวตร่างกฎหมายงบประมาณ 2 ฉบับในวันนี้ ซึ่งมีเป้าหมายที่จะยุติปัญหาชัตดาวน์
โดยร่างกฎหมายฉบับหนึ่งจะรวมงบประมาณสำหรับสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโกวงเงิน 5.7 พันล้านดอลลาร์
ส่วนอีกฉบับหนึ่งจะเป็นร่างกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานของรัฐบาลมีงบประมาณใช้จ่ายไปจนถึงวันที่ 8 ก.พ.
อย่างไรก็ตาม คาดว่าร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับอาจเผชิญกับความไม่แน่นอนในวุฒิสภา โดยร่างกฎหมายแต่ละฉบับจำเป็นจะต้องได้รับการโหวต 60 เสียง จึงจะสามารถผ่านการพิจารณาได้

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐยืนยันว่า สหรัฐจะยื่นคำขออย่างเป็นทางการให้แคนาดาส่งตัวนางเมิ่ง หว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี มาดำเนินคดีในสหรัฐ
"เราจะยังคงติดตามเรื่องการส่งตัวนางเมิ่งมาดำเนินคดีในสหรัฐ และเราจะดำเนินการให้ทันตามเวลาที่กำหนดไว้ในสนธิสัญญาการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างสหรัฐกับแคนาดา" นายมาร์ค ไรมอนดี โฆษกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์
สร้างความกังวลต่อทิศทางเจรจาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน

ดัชนีนิกเกอิปิดลบ 29.19 จุด หรือ 0.14% แตะที่ระดับ 20,593.72 จุด
เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน
อย่างไรก็ตาม ความหวังที่ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะเดินหน้าผ่อนคลายนโยบายการเงินหลังจากที่ปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อในการประชุมวันนี้
ได้ช่วยสกัดแรงขายในระหว่างวัน หุ้นที่ปรับตัวลงในวันนี้นำโดยหุ้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน และกลุ่มเหมืองแร่

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,575.62 จุด เพิ่มขึ้น 171.14 จุด หรือ +0.70%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,025.77 จุด เพิ่มขึ้น 5.41 จุด หรือ +0.08%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,638.70 จุด เพิ่มขึ้น 5.80 จุด หรือ +0.22%
ขานรับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ ซึ่งรวมถึง P&G บริษัทจำหน่ายสินค้าเพื่อผู้บริโภค, คอมแคสต์ บริษัทสื่อยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ, อินเตอร์เนชั่นแนล บิสซิเนส แมชชีน (IBM) บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ และยูไนเต็ด เทคโนโลยีส์ บริษัทยักษ์ใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบินของแพรทท์ แอนด์ วิทนีย์, เครื่องปรับอากาศของแคร์เรียร์ และลิฟท์ของโอติส

ดัชนี S&P BSE Sensex ปิดตลาดที่ระดับ 36,108.47 จุด ลดลง 336.17 จุด หรือ 0.92%
ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียร่วงลงกว่า 300 จุด โดยได้รับผลกระทบจากแรงขายในช่วงท้ายตลาด แม้ดีดตัวขึ้นในช่วงแรก หุ้นกลุ่มรถยนต์ดิ่งลงนำตลาดวันนี้

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเพิ่มขึ้น 1.30 จุด หรือ 0.05% ปิดที่ 2,581.00 จุด
ดัชนีฮั่งเส็งขยับขึ้น 2.75 จุด หรือ 0.01% ปิดวันนี้ที่ 27,008.20 จุด
ตลาดหุ้นประเทศจีนขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน
หลังจากที่มีรายงานว่าสหรัฐได้ยกเลิกการเจรจาการค้ากับจีน จากกรณีการสหรัฐฯทำเรื่องส่งตัว CFO หัวเหว่ย
แม้นายแลร์รี่ คุดโลว์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว ได้ออกมาปฏิเสธข่าวการยกเลิกการเจรจาการค้าดังกล่าวในเวลาต่อมาก็ตาม 

ตลาดหลักทรัพย์ไทยปิดที่ระดับ 1,617.38 จุด เพิ่มขึ้น 15.61 จุด (+0.97%) มูลค่าการซื้อขาย 67,874.58 ล้านบาท
รับแรงหนุนจากการประกาศพรฏ.เลือกตั้ง และวันเลือกตั้ง

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดลบ 0.06% ปิดที่ 354.89 จุด
ตลาดหุ้นยุโรปยังคงได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
หลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลก
พร้อมกับเตือนว่าเศรษฐกิจยังคงเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายประการ ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงจากการที่อังกฤษอาจแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่มีการทำข้อตกลง และเศรษฐกิจจีนที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงอีก

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 39 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 52.62 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 36 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 61.14 ดอลลาร์/บาร์เรล
จากนักลงทุนวิตกกังวลว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้พลังงาน
อย่างไรก็ตาม ตลาดได้รับแรงหนุนในระหว่างวัน จากรายงานข่าวที่ว่า สหรัฐเตรียมคว่ำบาตรน้ำมันของเวเนซุเอลา ซึ่งจะส่งผลให้อุทานน้ำมันตลาดโลกอยู่ในภาวะตึงตัว

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 60 เซนต์ หรือ 0.05% ปิดที่ 1,284.00 ดอลลาร์/ออนซ์
ได้ปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม สัญญาทองคำขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนได้ลดการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย และเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เช่นหุ้น หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt