ผู้เขียน หัวข้อ: ประเด็นสำคัญวันนี้  (อ่าน 60589 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ One

  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 300
  • พลังน้ำใจ: 2
Re: ประเด็นสำคัญวันนี้
« ตอบกลับ #700 เมื่อ: 24 มกราคม 2019, 02:17:59 AM »
 :wanwan011:

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญ...
« ตอบกลับ #701 เมื่อ: 25 มกราคม 2019, 00:37:41 AM »
FINNOMENA Daily News Update : 25 มกราคม 2562

ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
พร้อมกับคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ระดับ -0.40% ขณะที่คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25%

นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐได้ออกมายอมรับว่า สหรัฐยังคง"ห่างเป็นไมล์ๆ" จากการบรรลุข้อตกลงการค้ากับจีน
โดยระบุว่า ประเด็นที่เป็นอุปสรรคต่อการเจรจาการค้ากับจีน ได้แก่ การที่สหรัฐขาดดุลการค้าจำนวนมากต่อจีน,
การที่จีนมีแผนที่จะครอบครองอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูงในปี 2025 และการที่จีนควรเปิดตลาดให้แก่บริษัทสหรัฐเพื่อให้เข้าสู่ตลาดได้อย่างเท่าเทียมกัน

วุฒิสภาสหรัฐปฏิเสธการรับรองร่างกฎหมายงบประมาณทั้ง 2 ฉบับ
โดยฉบับหนึ่งเป็นร่างกฏหมายที่รวมงบประมาณสำหรับสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโกวงเงิน 5.7 พันล้านดอลลาร์ตามคำเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ส่วนอีกฉบับหนึ่งเป็นร่างกฎหมายที่สนับสนุนโดยพรรคเดโมแครต โดยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานของรัฐบาลที่ถูกชัตดาวน์นั้น มีงบประมาณใช้จ่ายไปจนถึงวันที่ 8 ก.พ.
ร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับต่างก็ได้รับคะแนนสนับสนุนไม่ถึง 60 เสียงตามเกณฑ์ที่กำหนดเพื่อให้ร่างกฎหมายผ่านการพิจารณา ส่งผลให้สถานการณ์ชัตดาวน์ในสหรัฐก้าวเข้าสู่วันที่ 35 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ ไอเอชเอส มาร์กิตระบุว่า
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 54.5 ในเดือนม.ค.
ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน หลังจากแตะระดับ 54.4 ในเดือนธ.ค. โดยได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวของคำสั่งซื้อใหม่
ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปี แม้ว่าการจ้างงานได้ชะลอตัวลง

ทางด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 13,000 ราย สู่ระดับ 199,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว
ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่กลางเดือนพ.ย.2512 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 220,000 ราย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,553.24 จุด ลดลง 22.38 จุด หรือ -0.09%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,642.33 จุด เพิ่มขึ้น 3.63 จุด หรือ +0.14%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,073.46 จุด เพิ่มขึ้น 47.69 จุด หรือ +0.68%
นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้าที่เกิดความไม่แน่นอนทางการเจรจา ประกอบกับผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนประกาศดีกว่าคาด
และดัชนี PMI ฟื้นตัว ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ

ดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 0.22% ปิดที่ 355.67 จุด
ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นหลังจากที่ประชุม ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต

ดัชนีนิกเกอิปิดลบ 19.09 จุด หรือ 0.09% แตะที่ 20,574.63 จุด
จากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนที่บริษัทญี่ปุ่นจะทยอยเปิดเผยผลประกอบการ
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ชัตดาวน์ที่ยืดเยื้อในสหรัฐ
หุ้นที่ปรับตัวลงในวันนี้นำโดยหุ้นกลุ่มขนส่งทางบก กลุ่มอาหาร กลุ่มพลังงานไฟฟ้าและก๊าซ ส่วนหุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ กลุ่มโลหะภัณฑ์ และกลุ่มธนาคาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดบวก 10.69 จุด หรือ 0.41% แตะที่ระดับ 2,591.69 จุด
จากรองประธานาธิบดีจีนได้แสดงความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในปีนี้ ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวล หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ตลาดได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน

ดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 112.78 จุด หรือ 0.42% ปิดวันนี้ที่ 27,120.98 จุด
ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดบวกเมื่อคืนนี้ โดยได้ปัจจัยหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ของสหรัฐ

ดัชนี S&P BSE Sensex ปิดตลาดที่ 36,195.10 จุด เพิ่มขึ้น 86.63 จุด หรือ 0.24%
ได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อในช่วงท้ายตลาด   หุ้นกลุ่มธนาคารพุ่งขึ้นนำตลาดวันนี้

ตลาดหลักทรัพย์ไทยปิดนี้ที่ระดับ 1,620.53 จุด เพิ่มขึ้น 3.15 จุด (+0.19%) มูลค่าการซื้อขาย 60,838.32 ล้านบาท
ตลาดฯได้ตอบรับช่วงสั้นในประเด็นการเลือกตั้ง ซึ่งได้มีการเก็งไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้มีแรง Take Profit บ้างในหุ้นบางตัว
อีกทั้งเมื่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า(PDP)ของประเทศไทย ฉบับใหม่ปี 2561-2580 ก็ทำให้เกิด Sell on fact ออกมาด้วย

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 51 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 53.13 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 5 เซนต์ หรือประมาณ 0.09% ปิดที่ 61.09 ดอลลาร์/บาร์เรล
หลังจากสหรัฐขู่ว่าจะคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลา ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดภาวะอุปทานน้ำมันตึงตัวในตลาดโลก

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 4.20 ดอลลาร์ หรือ 0.33% ปิดที่ 1,279.8 ดอลลาร์/ออนซ์
ได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานที่ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 50 ปี

ปัจจัยที่ต้องจับตามอง
ยอดขายบ้านใหม่สหรัฐฯ
ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐฯ
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญวันนี้
« ตอบกลับ #702 เมื่อ: 25 มกราคม 2019, 00:40:25 AM »
ประเด็นสำคัญวันนี้

- โลก: นายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์สหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ ยังคงห่างไกลจากการบรรลุข้อตกลงการค้ากับจีน โดยมีประเด็นที่เป็นอุปสรรคต่อการเจรจาการค้ากับจีน ได้แก่ การที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าจำนวนมากต่อจีน การที่จีนมีแผนที่จะครอบครองอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูงในปี 2025 และการที่จีนควรเปิดตลาดให้แก่บริษัทสหรัฐฯ เพื่อให้เข้าสู่ตลาดได้อย่างเท่าเทียมกัน

+/- โลก: Markit เผย PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของยูโรโซน ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.7 ในเดือน ม.ค. จาก 51.1 ในเดือน ธ.ค. ต่ำสุดในรอบ 66 เดือน จากทั้งภาคการผลิตและภาคบริการที่อ่อนตัวลง สวนทางกับตัวเลขจากสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 54.5 ในเดือน ม.ค. จาก 54.4 ในเดือน ธ.ค. จากภาคการผลิตที่ปรับดีขึ้น

- สหรัฐฯ: วุฒิสภาสหรัฐฯ คว่ำร่างกฎหมายงบประมาณทั้ง 2 ฉบับ ในการประชุมอภิปรายเมื่อวานนี้ ส่งผลให้การปิดหน่วยงานของรัฐบาล หรือชัตดาวน์ ยังคงยืดเยื้อในขณะนี้

+/- ยุโรป: ECB มีมติคงนโยบายการเงินตามที่ตลาดคาด ขณะที่ประธาน ECB กล่าวว่าเศรษฐกิจยูโรโซนมีแนวโน้มเติบโตได้       ต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้

 


ที่มา
บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญวันนี้
« ตอบกลับ #703 เมื่อ: 27 มกราคม 2019, 23:31:31 PM »
ประเด็นสำคัญวันนี้

+ สหรัฐฯ: ประธานาธิบดีทรัมป์ ลงนามร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเพื่อให้หน่วยงานของรัฐบาลกลับมาเปิดดำเนินงานอีกครั้ง และมีงบประมาณในการบริหารงานจนถึงวันที่ 15 ก.พ. โดยยุติภาวะชัตดาวน์ 35 วัน ซึ่งยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์

+ ไทย: กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้พัฒนาระบบตรวจลงตราอิเล็กทรอนิกส์ (Thai e-Visa) ระยะแรกของไทย โดยจะเริ่มใช้เป็นครั้งแรกในโลก ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน วันที่ 15 ก.พ. จากนั้นจะขยายไปยังเมืองอื่นๆ ของจีนวันที่ 1 มี.ค. โดยมีธนาคารกสิกรเข้ามาสนับสนุนระบบการชำระค่าธรรมเนียมอิเล็กทรอนิกส์

- เยอรมนี: รัฐบาลเยอรมนีได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์จีดีพีในปีนี้ สู่ระดับ 1.0% จากเดิม 1.8% เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับ Brexit โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะมีการขยายตัว 1.6% ในปีหน้า

 

ที่มา
บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญ...
« ตอบกลับ #704 เมื่อ: 27 มกราคม 2019, 23:33:12 PM »
FINNOMENA Daily News Update : 28 มกราคม 2562

Government Shutdown จบชั่วคราว หลัง  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในวันนี้ที่ทำเนียบขาวว่า เขาได้บรรลุข้อตกลงกับผู้นำในสภาคองเกรสเพื่อยุติปัญหาการปิดหน่วยงานรัฐบาล (ชัตดาวน์)
โดยเขาหวังว่าจะสามารถลงนามในร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวในวันนี้ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐบาลกลับมาเปิดดำเนินงาน และมีงบประมาณในการบริหารงานจนถึงวันที่ 15 ก.พ.
ทั้งนี้ นายมิทช์ แมคคอนเนล ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา จะนำร่างกฎหมายงบประมาณดังกล่าว ซึ่งไม่รวมงบประมาณในการสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก เข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาทันที
การลงนามครั้งนี้ส่งผลให้ภาวะชัตดาวน์ในสหรัฐได้ย่างเข้าสู่วันที่ 35 ซึ่งเป็นระยะเวลายาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์หยุดลง โดยร่างงบประมาณชั่วคราวนั้น จะส่งผลให้มีเวลา 3 สัปดาห์เพื่อเจรจากันต่อไป

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 183.96 จุด หรือ 0.75% ปิดที่ 24,737.20 จุด
ดัชนี S&P 500 บวก 22.43 จุด หรือ 0.85% ปิดที่ 2,664.76 จุด
ดัชนี Nasdaq ทะยาน 91.40 จุด หรือ 1.29% ปิดที่ 7,164.86 จุด
รับข่าวประกาศผลประกอบการบริษัทโทรคมนาคมและธนาคารรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2561 ที่แข็งแกร่งเกินคาด
หุ้นอีริคสัน เพิ่มขึ้น 4.23% หุ้นเวสเทิร์น ดิจิทัล คอร์ป พุ่ง 7.52% หุ้นซีเกท เทคโนโลยี ทะยาน 6.57%
หุ้นมาสเตอร์การ์ดบวก 1.58% หุ้นดิสคอฟเวอร์ ไฟแนนเชียล เซอร์วิสเซส ขยับขึ้น 0.83%
และการยุติของ Government Shutdown

ดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 0.61% ปิดที่ 357.84 จุด         
จากความหวังว่าสหรัฐกับจีนจะสามารถคลี่คลายความตึงเครียดทางการค้า หลังจากที่นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า เขามีความมั่นใจเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน โดยทั้งสองฝ่ายกำลังมีความคืบหน้าอย่างมากในการเจรจา
และการยุติของ Governmet Shutdown   

ดัชนี S&P BSE Sensex ปิดตลาดที่ระดับ 36,025.54 จุด ลดลง 169.56 จุด หรือ 0.47%
ตลาดหุ้นอินเดียร่วงลงจากแรงขายทำกำไร สวนทางตลาดในภูมิภาค หลังดีดตัวขึ้นในช่วงแรก หุ้นกลุ่มโลหะดิ่งลงนำตลาดวันนี้

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตบวก 10.03 จุด หรือ 0.39% ปิดที่ 2,601.72 จุด
ดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 448.21 จุด หรือ 1.65% ปิดวันนี้ที่ 27,569.19 จุด
ได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ รวมถึงผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทผู้ผลิตชิปในสหรัฐ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามการค้าที่ยังไม่ชัดเจน

ดัชนีนิกเกอิปิดพุ่งขึ้น 198.93 จุด หรือ 0.97% แตะที่ 20,773.56 จุด
ได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากบริษัทผลิตชิปของสหรัฐรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง

ตลาดหลักทรัพย์ไทยปิดวันที่ระดับ 1,623.62 จุด เพิ่มขึ้น 3.09 จุด (+0.19%) มูลค่าการซื้อขาย 55,248.53 ล้านบาท
จาก Fund Flow ไหลเข้ามาในเอเชีย หลังจากที่เงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินในเอเชียที่เริ่มแข็งค่าขึ้น
ประกอบกับการเลือกตั้งที่ชัดเจนขึ้นทำให้นักลงทุนต่างชาติมีความมั่นใจมากขึ้น เพราะหลังการเลือกตั้งแล้วภาคเอกชนก็น่าจะกล้าลงทุน
อีกทั้งยังเชื่อว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดด้วย ดังนั้นจึงได้เข้ามาเก็งหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเลือกตั้ง

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 56 เซนต์ หรือ 1.1% ปิดที่ 53.69 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 55 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ 61.64 ดอลลาร์/บาร์เรล
จากข่าวสหรัฐขู่จะคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลา ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดภาวะอุปทานน้ำมันตึงตัวในตลาดโลก
โดยข่าวดังกล่าวได้บดบังรายงานสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 18.30 ดอลลาร์ หรือ 1.43% ปิดที่ 1,298.10 ดอลลาร์/ออนซ์
จากสกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง โดยดอลลาร์ที่อ่อนค่าจะเพิ่มความน่าดึงดูดของทองคำ เนื่องจากทำให้สัญญาทองคำมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่นๆ

ปัจจัยที่ต้องจับตามอง
แถลงการณ์ประธานธนาคารกลางยุโรป
แถลงการณ์ประธานธนาคารกลางอังกฤษ
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญ...
« ตอบกลับ #705 เมื่อ: 28 มกราคม 2019, 23:59:28 PM »
FINNOMENA Daily News Update : 29 มกราคม 2562

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า กำไรของบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมของจีนในเดือนธ.ค. หดตัวลง 1.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี

นายหวัง ชูเหวิน รมช.กระทรวงพาณิชย์ และนายเหลียว หมิน รมช.กระทรวงการคลัง
ได้เดินทางถึงสหรัฐแล้วในวันนี้ เพื่อปูทางสู่การเจรจาการค้าระหว่างนายหลิว เหอ กับนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐ (USTR)

หุ้นแคทเธอร์พิลลาร์ ซึ่งนักลงทุนมองว่าเป็นตัวชี้วัดสภาวะการค้าของสหรัฐเนื่องจากมีการลงทุนจำนวนมากในต่างประเทศนั้น
ร่วงลง 9.13% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรในไตรมาส 4/2561 ที่ระดับ 2.55 ดอลลาร์/หุ้น ซึ่งน้อยกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 2.99 ดอลลาร์/หุ้น
โดยได้รับผลกระทบจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้า ส่งผลให้ราคาหุ้นตัวอื่นๆในกลุ่มอุตสาหกรรมดิ่งลงด้วย โ

หุ้น Nvidia ทรุดตัวลง 13.82% หลังจากบริษัทปรับลดตัวเลขคาดการณ์รายได้ประจำไตรมาส 4/256
ลงสู่ระดับ 2.20 พันล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 2.70 พันล้านดอลลาร์
เนื่องจากผลกระทบจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค  รวมทั้งชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน โดย Nvidia มีกำหนดเปิดเผยผลประกอบการประจำไตรมาส 4 ในวันที่ 14 ก.พ.
ทั้งนี้ การร่วงลงของหุ้น Nvidia ได้ฉุดหุ้นตัวอื่นๆในกลุ่มผู้ผลิตชิปและกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลงด้วย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า ภาวะชัตดาวน์อาจเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
เนื่องจากเขาไม่เชื่อมั่นว่าสภาคองเกรสจะสามารถบรรลุข้อตกลงในการจัดสรรงบประมาณสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโกตามที่เขาต้องการ
ขณะเดียวกันทรัมป์กล่าวว่า เขาคิดว่ามีโอกาสน้อยกว่า 50% ที่สภาคองเกรสจะบรรลุข้อตกลงดังกล่าว ก่อนที่งบประมาณสำหรับหน่วยงานรัฐบาลจะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 ก.พ.

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,528.22 จุด ร่วงลง 208.98 จุด หรือ -0.84%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,643.85 จุด ลดลง 20.91 จุด หรือ -0.78%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ ปิดที่ 7,085.68 จุด ลดลง 79.18 จุด หรือ -1.11%
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลง จากการประกาศกำไรสุทธิของแคทเธอร์พิลลาร์ พร้อมๆกับประกาศลดคาดการณ์รายได้ของ Nvidia
ส่งผลกดดันราคาหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมให้ปรับตัวลง นอกจากนั้นยังจับตาดูผลการอภิปรายและลงมติแผน Brexit ฉบับใหม่ของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ในวันอังคาร
และรับข่าวนายโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวถึงโอกาส Government Shutdown อาจเกิดขึ้นอีกครั้ง

ตลาดหลักทรัพย์ไทยปิดวันที่ระดับ 1,625.03 จุด เพิ่มขึ้น 1.41 จุด (+0.09%) มูลค่าการซื้อขาย 48,391.37 ล้านบาท
ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวลักษณะย่ำฐาน คล้ายคลึงกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่อ่อนตัวลงมา
อย่างไรก็ดียังมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงสั้นของสัปดาห์นี้

ดัชนี S&P BSE Sensex ปิดตลาดที่ 35,656.70 จุด ลดลง 368.84 จุด หรือ 1.02%
ตลาดหุ้นอินเดียดิ่งลงกว่า 1% ในวันนี้ โดยปรับตัวลงเป็นวันทำการที่ 2

ดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 7.77 จุด หรือ 0.03% ปิดวันนี้ที่ 27,576.96 จุด
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตอ่อนตัว 4.74 จุด หรือ 0.18% ปิดที่ 2,596.98 จุด
หลังจากที่มีการเปิดเผยกำไรของบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมของจีนซึ่งหดตัวลงในเดือนธ.ค
ตลอดปี 2561 กำไรของบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของจีนขยายตัวเพียง 10.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากปี 2560 ที่มีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งถึง 21%

ดัชนีนิกเกอิปรับตัวลง 124.56 จุด หรือ -0.60% ปิดที่ระดับ 20,649.00  จุด
เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังตลาดพุ่งขึ้นเมื่อวันศุกร์ ประกอบกับนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขาย เพื่อรอดูเหตุการณ์สำคัญๆที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้
หุ้นที่ปรับตัวลงในวันนี้ นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานไฟฟ้าและก๊าซ กลุ่มสินค้าเบ็ดเตล็ด และกลุ่มสินเชื่อผู้บริโภค

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ร่วงลง 1.70 ดอลลาร์ หรือ 3.2% ปิดที่ 51.99 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมี.ค. ร่วงลง 1.71 ดอลลาร์ หรือ 2.8% ปิดที่ 59.93 ดอลลาร์/บาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์เมื่อคืนนี้ (28 ม.ค.)
หลังจากมีรายงานว่า สหรัฐเพิ่มแท่นขุดเจาะน้ำมันเป็นครั้งแรกในปีนี้
นอกจากนี้ นักลงทุนยังกังวลว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันด้วยเช่นกัน

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 5.00 ดอลลาร์ หรือ 0.39% ปิดที่ 1,303.10 ดอลลาร์/ออนซ์
จากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงอย่างหนัก
นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนสัญญาทองคำเช่นกัน

ปัจจัยที่ต้องจับตามอง
ยอดค้าปลีกประเทศญี่ปุ่น
ผลการลงมติร่างข้อตกลง Brexit
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญวันนี้
« ตอบกลับ #706 เมื่อ: 29 มกราคม 2019, 00:02:47 AM »
ประเด็นสำคัญวันนี้

- สหรัฐฯ: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับมาอ่อนตัวลง โดยดัชนี Dow Jones ติดลบ 0.84% จากหลายประเด็น ทั้งกำไรของบจ. (Caterpillar) ที่ออกมาต่ำคาด ประธานาธิบดีทรัมป์ขู่ปิดรัฐบาลอีกครั้งหากไม่ได้งบสร้างกำแพง และความกังวลต่อการเจรจาการค้ากับจีน

- จีน: กำไรของบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมของจีนในเดือน ธ.ค. หดตัวลง 1.9% YoY ส่วนทั้งปี 2018 ขยายตัวเพียง 10.3% จากปี 2017 ที่มีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งถึง 21% ขณะที่ S&P เตือนว่าภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว อาจส่งผลให้ความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทลดลง

+/- ไทย: สศค. เผยภาวะเศรษฐกิจไทยเดือน ธ.ค. 2018 ขยายตัวต่อเนื่องจากการใช้จ่ายภายในประเทศ ตามรายได้เกษตรกรที่ปรับดีขึ้น แต่เศรษฐกิจชะลอตัวลงบ้างจากการส่งออกที่หดตัว โดยเราคาดจีดีพีไทย 4Q18 จะขยายตัว 3.5% YoY

+/- อังกฤษ: จับตาการลงมติร่างข้อตกลง Brexit โดย ส.ส. จะมีการเสนอหลายร่างหลายฉบับเข้าสู่การพิจารณาของสภาสามัญชน ซึ่งจะครอบคลุมในหลายประเด็น ทั้งเรื่องการแก้ไขประเด็นชายแดนไอร์แลนด์เหนือ การขยายเวลาเส้นตาย Brexit การทำประชามติ เป็นต้น แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจะมีร่างฉบับใดผ่านความเห็นชอบ


ที่มา
บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ narjant

  • จินตนาการ สำคัญกว่าความรู้
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 24389
  • พลังน้ำใจ: 309
  • เป้าหมายสลักไว้บนหน้าผา วิธีการเขียนไว้บนผืนทราย
    • treader
Re: ประเด็นสำคัญวันนี้
« ตอบกลับ #707 เมื่อ: 29 มกราคม 2019, 00:09:08 AM »
จัดไปครับ  :wanwan009: :wanwan009:

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญวันนี้
« ตอบกลับ #708 เมื่อ: 29 มกราคม 2019, 23:06:53 PM »
ประเด็นสำคัญวันนี้

+/- อังกฤษ: สภาสามัญชนลงมติประเด็น Brexit เห็นชอบให้มีการแก้ไขประเด็น Backstop (ชายแดนไอร์แลนด์เหนือ) 317 ต่อ 301 เสียง และเห็นชอบให้ตัดความเป็นไปได้ที่จะเกิด No-deal Brexit 318 ต่อ 310 เสียง (แต่ไม่ได้มีแผนแน่ชัดว่าจะทำอย่างไร) แต่ไม่เห็นชอบให้ขยายเวลาเส้นตาย Brexit ออกไป จากเดิม 29 มี.ค. 2019

+/- ไทย: สศอ. เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ในเดือน ธ.ค. 2018 อยู่ที่ 112.54 ขยายตัว 0.75% YoY ส่งผลให้ดัชนี MPI ในปี 2018 ขยายตัว 2.8% พร้อมคาดว่า MPI ปี 2019 จะยังขยายตัวระดับ 2-3%

+/- โลก: จับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน วันที่ 30-31 ม.ค. นี้ โดย รมว. คลังสหรัฐฯ กล่าวว่า จะหารือกันในประเด็นที่ครอบคลุมถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของจีนที่มีผลกระทบต่อการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน และคำมั่นสัญญาที่จีนให้ไว้ว่าจะซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น

+/- สหรัฐฯ: จับตาผลการประชุมเฟด (คาดคงนโยบายการเงิน) และ   จีดีพี 4Q18 (คาดโต 2.6% จาก 3.4% ใน 3Q18)



ที่มา
บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญ...
« ตอบกลับ #709 เมื่อ: 29 มกราคม 2019, 23:21:36 PM »
FINNOMENA Daily News Update : 30 มกราคม 2562

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,579.96 จุด เพิ่มขึ้น 51.74 จุด หรือ +0.21%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,640.00 จุด ลดลง 3.85 จุด หรือ -0.15%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,028.29 จุด ลดลง 57.39 จุด หรือ -0.81%
ตลารดหุ้นสหรัฐฯปิดตลาดสลับบวกลบ เนื่องจากนักลงทุนยังรอดูท่าทีเกี่ยวกับการเจรจาสงครามการค้า
และการประกาศผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนของสหรัฐฯ

ดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 0.80% ปิดที่ 357.23 จุด
ได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มสินค้าผู้บริโภค รวมทั้งผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยี
นอกจากนี้ นักลงทุนยังขานรับนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB)
ที่ส่งสัญญาณว่า ECB อาจกลับมาทำการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) หากมีความจำเป็น

ดัชนี S&P BSE Sensex ปิดตลาดที่ 35,592.50 จุด ลดลง 64.20 จุด หรือ 0.18%
ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน รวมทั้งการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐในสัปดาห์นี้

ตลาดหลักทรัพย์ไทยปิดที่ระดับ 1,624.05 จุด ลดลง 0.98 จุด (-0.06%) มูลค่าการซื้อขาย 51,720.01 ล้านบาท
หลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 495 หลักทรัพย์ ลดลง 801 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 500 หลักทรัพย์
หุ้นในกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวลงตามราคาน้ำมัน หลังสหรัฐฯมีแนวโน้มผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันในสหรัฐฯที่อาจจะเกิดภาวะสินค้าล้นตลาด (over supply)

ดัชนีนิกเกอิปิดบวก 15.64 จุด หรือ 0.08% แตะที่ 20,664.64 จุด
จากตลาดได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนนี้ อันเนื่องมาจากผลประกอบการที่อ่อนแอของบริษัทสหรัฐ
พร้อมกับจับตาดูท่าทีการเจรจาสงครามการค้า และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตขยับลง 2.73 จุด หรือ 0.11% ปิดที่ 2,594.25 จุด
ดัชนีฮั่งเส็งลดลง 45.28 จุด หรือ 0.16% ปิดวันนี้ที่ 27,531.68 จุด
จากนักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่จะเปิดฉากขึ้นในวันนี้

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.32 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 53.31 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.39 ดอลลาร์ หรือ 2.3% ปิดที่ 61.32 ดอลลาร์/บาร์เรล
จากสหรัฐประกาศคว่ำบาตรบริษัทน้ำมันของรัฐบาลเวเนซุเอลา ซึ่งจะทำให้เวเนซุเอลาไม่สามารถส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศ
ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐ ซึ่งสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) มีกำหนดเปิดเผยในวันนี้

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 5.80 ดอลลาร์ หรือ 0.5% ปิดที่ 1,308.90 ดอลลาร์/ออนซ์
จากความกังวลทางด้านความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองทั่วโลก รวมไปถึงการเจรจาสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ และสถานการณ์ Brexit

ปัจจัยที่ต้องจับตามอง
การเจรจาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญ...
« ตอบกลับ #710 เมื่อ: 30 มกราคม 2019, 23:54:45 PM »
FINNOMENA Daily News Update : 31 มกราคม 2562

ที่ประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด พร้อมกับย้ำว่า เฟดจะใช้ความอดทนต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งต่อไป
          ขณะเดียวกัน แถลงการณ์ของเฟดได้ตัดข้อความ "เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป" ซึ่งเป็นถ้อยคำที่บ่งชี้ถึงการส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด และเฟดได้ทดแทนด้วยข้อความที่ว่า "เฟดกำลังดำเนินแนวทางที่มีความระมัดระวังมากขึ้น" ซึ่งบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงจากนโยบายเดิมที่เฟดใช้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
          ในส่วนของการปรับลดงบดุลนั้น แถลงการณ์ระบุว่า เฟดพร้อมที่จะทำการพิจารณาใหม่เกี่ยวกับการปรับลดการถือครองพันธบัตรในงบดุลของเฟด หากสภาวะเศรษฐกิจบ่งชี้ถึงความจำเป็นดังกล่าว โดยเฟดคาดหวังว่าวงเงินในงบดุลจะยังคงอยู่ในระดับสูง หลังจากที่เฟดเสร็จสิ้นการปรับลดงบดุล
          ทั้งนี้ แถลงการณ์ระบุว่า "เฟดเตรียมที่จะใช้เครื่องมือทั้งหมด ซึ่งรวมถึงการปรับขนาดและองค์ประกอบในงบดุล ถ้าหากภาวะเศรษฐกิจในอนาคตทำให้เฟดมีความจำเป็นที่จะต้องใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นกว่าการใช้เพียงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น"

 ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้น 213,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 178,000 ตำแหน่ง

สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ลดลง 2.2% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าปรับตัวขึ้น 0.5%

หุ้นแอปเปิล ทะยานขึ้น 6.83% หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการประจำไตรมาส 1/2562 ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 29 ธ.ค.2561 ตามปีงบการเงินของบริษัท โดยระบุว่า บริษัทมีกำไร 4.18 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 4.17 ดอลลาร์/หุ้น และรายได้อยู่ที่ระดับ 8.43 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 8.397 หมื่นล้านดอลลาร์

หุ้นอาลีบาบา ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซของจีนซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก พุ่งขึ้น 6.3% หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการในไตรมาสที่สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. ซึ่งเป็นไตรมาส 3 ของปีงบการเงินบริษัท โดยระบุว่าบริษัทมีกำไรสุทธิ 3.096 หมื่นล้านหยวน ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ดัชนีนิกเกอิปิดร่วงลง 108.10 จุด หรือ 0.52% แตะที่ 20,556.54 จุด
จากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุมเวชภัณฑ์ หลังจากบริษัทยาสองแห่งของญี่ปุ่นประสบความล้มเหลวในการพัฒนายารักษาโรคหัวใจเรื้อรังชนิดใหม่

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลบ 18.67 จุด หรือ -0.72% แตะที่ระดับ 2,575.58 จุด
ดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 111.17 จุด หรือ 0.40% ปิดวันนี้ที่ 27,642.85 จุด
- ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามทิศทางของดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐที่ปิดบวกเมื่อคืนนี้ โดยได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ ขณะที่ยังจับตารอประกาศผลการประชุมFED หลังตลาดปิด

ดัชนี S&P BSE Sensex ปิดตลาดที่ 35,591.25 จุด ลบ 1.25 จุด
- ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียปิดตลาดแทบไม่เคลื่อนไหวในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนรอผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

ตลาดหลักทรัพย์ไทยปิดวันที่ระดับ 1,632.60 จุด เพิ่มขึ้น 8.55 จุด (+0.53%) มูลค่าการซื้อขาย 48,709.67 ล้านบาท
         ตลาดหุ้นไทยยังรอความชัดเจนจากปัจจัยนอกประเทศ ทั้งเรื่องการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ยังมีความไม่แน่นอน และผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งตลาดฯคาดว่าจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมถึงเรื่องการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit)ทำให้ปัจจัยนอกประเทศถ่วง Sentiment ในระดับหนึ่ง
และมีนักลงทุนบางส่วนที่รอซื้อหลังเลือกตั้งเสร็จสิ้น นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนกลุ่ม Real Sector หลังจากผลประกอบการของกลุ่มแบงก์ยังไม่ดีนัก

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,014.86 จุด พุ่งขึ้น 434.90 จุด หรือ +1.77%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,681.05 จุด เพิ่มขึ้น 41.05 จุด หรือ +1.55%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,183.08 จุด เพิ่มขึ้น 154.79 จุด หรือ +2.20%
          ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างคึกคัก จากนักลงทุนขานรับผลการประชุมเฟดซึ่งส่งสัญญาณถึงการไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่อย่างโบอิ้ง, แอปเปิล อิงค์ และแมคโดนัลด์ โดยปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 ธ.ค. 2561 และยังช่วยหนุนดัชนีดาวโจนส์ให้สามารถกลับมายืนเหนือแนวต้านที่ระดับ 25,000 จุดได้เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 เดือน

ดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 0.36% ปิดที่ 358.51 จุด
จากข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศยุโรปที่มีการเปิดเผยล่าสุด สถาบัน GfK รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนก.พ.ของเยอรมนี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 10.8 จากระดับ 10.5 ในเดือนม.ค. ซึ่งช่วยหนุนการคาดการณ์ที่ว่า การอุปโภคบริโภคในภาคเอกชนซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจนั้น จะยังคงแข็งแกร่ง
          ทางด้านสำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส (INSEE) รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2561 ขยายตัวในอัตรา 0.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2561 ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 0.2%

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 92 เซนต์ หรือ 1.7% ปิดที่ 54.23 ดอลลาร์/บาร์เรล         
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 33 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดที่ 61.65 ดอลลาร์/บาร์เรล
จากรายงานสต็อคน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด และรับข่าวการคว่ำบาตรบริษัทน้ำมันเวเนซุเอลา ส่งผลให้ปริมาณอุปทานลดลง

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 30 เซนต์ หรือ 0.02%
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญวันนี้
« ตอบกลับ #711 เมื่อ: 01 กุมภาพันธ์ 2019, 00:10:55 AM »
ประเด็นสำคัญวันนี้

โลก: ประธานาธิบดี ทรัมป์ทวีตข้อความยืนยันว่า ตนและประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะพบปะกันในเดือน ก.พ. เพื่อให้มีการบรรลุข้อตกลงทางการค้า ขณะที่การเจรจาการค้าระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และจีน เป็นไปด้วยดี ขณะที่ทำเนียบขาวกล่าวว่าจะออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าของการเจรจา

จีน: PMI เดือน ม.ค. ภาคการผลิตอยู่ที่ระดับ 49.5 จาก 49.4 ในเดือน ธ.ค. แต่ยังต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะหดตัว ขณะที่ PMI ภาคบริการอยู่ที่ระดับ 54.7 เพิ่มขึ้นจาก 53.8 ในเดือน ธ.ค. 2018

ยุโรป: จีดีพียูโรโซน ขยายตัวเพียง 0.2% QoQ ใน 4Q18 เท่ากับที่ตลาดคาด จากขยายตัว 0.2% ใน 3Q18 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี

ไทย: ธปท. เผยเศรษฐกิจไทยเดือน ธ.ค. 2018 ขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า โดยการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่อง จำนวนนักท่องเที่ยวขยายตัวดี อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าและการใช้จ่ายภาครัฐหดตัว


ที่มา
บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญ...
« ตอบกลับ #712 เมื่อ: 01 กุมภาพันธ์ 2019, 00:15:36 AM »
FINNOMENA Daily News Update : 1 กุมภาพันธ์ 2562

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงาน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการปรับตัวขึ้นในเดือนม.ค.
ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่บ่งชี้ถึงผลลัพธ์ที่รัฐบาลจีนพยายามผลักดันเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อนด้วยภาคบริการ
ทั้งนี้ ดัชนี PMI ภาคบริการเดือนม.ค.ของจีนอยู่ที่ระดับ 54.7 เพิ่มขึ้นจากระดับ 53.8 ในเดือนธ.ค. 2561
ส่วนดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนม.ค. อยู่ที่ระดับ 49.5 ขยับขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 49.4 ในเดือนธ.ค. 2561

ยูโรสแตทรายงานว่า เศรษฐกิจยูโรโซนมีการขยายตัวเพียง 0.2% ในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว เมื่อเทียบรายไตรมาส ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี หลังจากที่มีการเติบโต 0.2% ในไตรมาส 3 เช่นกัน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,999.67 จุด ลดลง 15.19 จุด หรือ -0.06%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,704.10 จุด เพิ่มขึ้น 23.05 จุด หรือ +0.86%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,281.74 จุด เพิ่มขึ้น 98.66 จุด หรือ +1.37%
เนื่องจากนักลงทุนขานรับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งแถลงการณ์การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งระบุว่า เฟดจะใช้ความอดทนต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
หากพิจารณาตลอดทั้งเดือนม.ค.แล้ว ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้น 7.2% ซึ่งเป็นสถิติเดือนม.ค.ที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2532 ขณะที่ดัชนี S&P พุ่งขึ้น 7.9% และดัชนี Nasdaq ทะยานขึ้น 9.7% ซึ่งทั้งสองดัชนีต่างก็ทำสถิติเดือนม.ค.ที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2532 เช่นกัน

หุ้นเฟซบุ๊ก พุ่งขึ้น 10.82% หลังจากบริษัทเปิดเผยรายได้ในไตรมาส 4/2561 อยู่ที่ระดับ 1.691 หมื่นล้านดอลลาร์ พุ่งขึ้น 30% จากระดับ 1.297 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4/2560 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในตลาดวอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ที่ 1.639 หมื่นล้านดอลลาร์

ดัชนีนิกเกอิปิดพุ่งขึ้น 216.95 จุด หรือ +1.06% แตะที่ระดับ 20,773.49 จุด
จากนักลงทุนเพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่า จะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นในวันนี้นำโดยหุ้นกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน กลุ่มเหมืองแร่ และกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตบวก 8.99 จุด หรือ 0.35% ปิดที่ 2,584.57 จุด
ดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 299.62 จุด หรือ 1.08% ปิดที่ 27,942.47 จุด
ตอบรับข่าวธนาคารกลางสหรัฐฯมีมติเป็นเอกฉันท์ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 2.25-2.50%
พร้อมระบุในแถลงการณ์ว่า เฟดจะใช้ความอดทนต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งต่อไป โดยจะจับตาภาวะเศรษฐกิจ

ดัชนี S&P BSE Sensex ปิดตลาดที่ 36,256.69 จุด เพิ่มขึ้น 665.44 จุด หรือ 1.87%
ตอบรับข่าวธนาคารกลางสหรัฐฯมีมติเป็นเอกฉันท์ในการคงอัตราดอกเบี้ยและจะใช้ความอดทนต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งต่อไป

ตลาดหลักทรัพย์ปิดไทยวันที่ระดับ 1,641.73 จุด เพิ่มขึ้น 9.13 จุด (+0.56%) มูลค่าการซื้อขาย 57,893.44 ล้านบาท
ตลาดไทยยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามากระทบ  แต่เคลื่อนไหวปรับตัวขึ้นจากข่าวธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ผ่อนคลายนโยบายการเงิน

ดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 0.04% ปิดที่ 358.67 จุด
ตอบรับข่าวธนาคารกลางสหรัฐฯมีมติเป็นเอกฉันท์ในการคงอัตราดอกเบี้ยและจะใช้ความอดทนต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งต่อไป

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 44 เซนต์ หรือ 0.8% ปิดที่ 53.79 ดอลลาร์/บาร์เรล         
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 24 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ 61.89 ดอลลาร์/บาร์เรล
เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากราคาพุ่งขึ้นติดต่อกัน 2 วันทำการก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับปัจจัยกดดันจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA)
ซึ่งระบุว่า การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐยังคงอยู่ในระดับสูง

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 9.7 ดอลลาร์ หรือ 0.74% ปิดที่ 1,325.20  ดอลลาร์/ออนซ์
จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้รับแรงปัจจัยหนุนจากรายงานของสภาทองคำโลก (WGC)
ซึ่งระบุว่า อุปสงค์ทองคำทั่วโลกเพิ่มขึ้นในปีที่แล้ว จากคำสั่งซื้อทองคำจำนวนมากของธนาคารกลางต่างๆ

ปัจจัยที่ต้องจับตามอง
CPI สหภาพยุโรป
อัตราการว่างงานสหรัฐฯ
ISM Manufacturing PMI สหรัฐฯ
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญ...
« ตอบกลับ #713 เมื่อ: 05 กุมภาพันธ์ 2019, 23:57:58 PM »
FINNOMENA Daily News Update : 6 กุมภาพันธ์ 2562

หุ้นเอสเต ลอเดอร์ ผู้ผลิตเครื่องสำอางรายใหญ่ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ "ลาแมร์" ปิดตลาดพุ่งขึ้น 11.64%
หลังจากบริษัทเปิดเผยว่า กำไรในไตรมาส 2/2562 ตามปีงบการเงินของบริษัท อยู่ที่ระดับ 1.86 ดอลลาร์/หุ้น
ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 1.55 ดอลลาร์/หุ้น โดยได้แรงหนุนจากยอดขายที่แข็งแกร่งในประเทศจีน

หุ้นอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ดีดตัวขึ้น 0.9% หลังจากเปิดเผยกำไรสุทธิในไตรมาส 4/2561 ที่ระดับ 8.98 พันล้านดอลลาร์ หรือ 12.77 ดอลลาร์/หุ้น
ซึ่งเป็นการพลิกกลับมาทำกำไรหลังจากที่บริษัทขาดทุน 3.02 พันล้านดอลลาร์ หรือ 4.35 ดอลลาร์/หุ้น ในไตรมาส 4/2560

ดัชนีผู้เจัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของสหรัฐร่วงลงแตะระดับ 56.7 ในเดือนม.ค. ซึ่งการชะลอตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.ปีที่แล้ว
หลังจากแตะระดับ 57.6 ในเดือนธ.ค. ขณะที่ไอเอชเอส มาร์กิตรายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) สำหรับภาคบริการของสหรัฐ ขยับลงมาอยู่ที่ระดับ 54.2 ในเดือนม.ค. จากระดับ 54.4 ในเดือนธ.ค.

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นสุดท้ายของยูโรโซน อยู่ที่ระดับ 51.0 ในเดือนม.ค.
ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2556 หรือในรอบ 66 เดือน ลดลงจากระดับ 51.1 ในเดือนธ.ค. ขณะปรับตัวขึ้นจากตัวเลขเบื้องต้นเดือนม.ค.ที่ระดับ 50.7

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,411.52 จุด เพิ่มขึ้น 172.15 จุด หรือ +0.68%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,402.08 จุด เพิ่มขึ้น 54.55 จุด หรือ +0.74%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,737.70 จุด เพิ่มขึ้น 12.83 จุด หรือ +0.47%
ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวขึ้น หลังจากประกาศผลกำไรในบริษัทขนาดใหญ่ออกมาดีกว่าคาด

ดัชนีนิกเกอิปิดลบ 39.32 จุด หรือ 0.19% แตะที่ 20,844.45 จุด
เนื่องจากตลาดได้รับทั้งแรงซื้อที่ส่งเข้าหนุนหลังจากมีสัญญาณบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ และแรงขายที่นักลงทุนส่งเข้าฉุดตลาดหลังจากดัชนีนิกเกอิพุ่งขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้
หุ้นที่ปรับตัวลงในวันนี้นำโดยหุ้นกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน กลุ่มเวชภัณฑ์ และกลุ่มสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค ขณะที่หุ้นกลุ่มเกษตรและประมง กลุ่มโลหะปลอดเหล็ก กลุ่มพลังงานไฟฟ้าและก๊าซ ดีดตัวขึ้น

ดัชนี Sensex บวก 34.07 จุด หรือ 0.09% ปิดที่ 36,616.81 จุด
หุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวลง ยกเว้นหุ้นกลุ่มยานยนต์และเภสัชภัณฑ์

ตลาดหลักทรัพย์ไทยปิดวันที่ระดับ 1,653.09 จุด ลดลง 0.53 จุด (-0.03%) มูลค่าการซื้อขาย 25,349.84 ล้านบาท
มูลค่าการซื้อขายเบาบาง ขณะที่ตลาดมีแรงซื้อสลับขายออกมา โดยเฉพาะมีแรงขายในกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมีที่เพิ่งปรับตัวขึ้นไปในช่วง 2-3 วัน และมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มค้าปลีก เป็นลักษณะของการสลับหุ้นลงทุน

ดัชนี Stoxx Europe 600 พุ่งขึ้น 1.41% ปิดที่ 364.99 จุด
ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวบวก ขานรับผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนดีกว่าคาด โดยหุ้นบีพีพุ่ง 4% หลังบีพี ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของอังกฤษเปิดเผยวานนี้ว่า
กำไรสุทธิในปีงบการเงิน 2561 อยูที่ระดับ 1.27 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 1.188 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในทุกภาคส่วนของธุรกิจ

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 90 เซนต์ หรือ 1.7% ปิดที่ 53.66 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค.ปีนี้     
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 53 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ 61.98 ดอลลาร์/บาร์เรล
จากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกอาจจะส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน
 นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากโพลล์สำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์ซึ่งระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐจะพุ่งขึ้นกว่า 3 ล้านบาร์เรล

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 10 เซนต์ หรือ 0.01% ปิดที่ 1,319.20  ดอลลาร์/ออนซ์
จากนักลงทุนยังคงเดินหน้าขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย และเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 3 นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังสร้างแรงกดดันต่อตลาดทองคำเช่นกัน

ปัจจัยที่ต้องจับตามอง
การประชุมคณะกรรมการนโบายการเงินไทย (กนง.)
ประกาศตัวเลข GDP สหรัฐฯ
แถลงการณ์จากนายเจอโรมม์ พาเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญวันนี้
« ตอบกลับ #714 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2019, 22:51:58 PM »
ประเด็นสำคัญวันนี้

ไทย: กนง. มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% ตามที่ตลาดคาด โดย 2 เสียงเห็นว่าควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 1.75% เป็น 2.00% ต่อปี โดย กนง. มองว่าเศรษฐกิจไทยในภาพรวมมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องใกล้เคียงศักยภาพ แม้ต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้น

ไทย: สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ในอีก 3 เดือนข้างหน้า (เม.ย. 2019) ปรับเพิ่มขึ้น 25.07% มาอยู่ที่ระดับ 116.76 โดยเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนแรกในรอบ 4 เดือน และอยู่ในเกณฑ์ทรงตัว (Neutral) เช่นเดิม โดยหมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดการท่องเที่ยวและสันทนาการ (Tourism) หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดสื่อและสิ่งพิมพ์ (Media)

ไทย: มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือน ม.ค. 2019 อยู่ที่ 80.7 จาก 79.4 ในเดือน ธ.ค. ปรับตัวดีขึ้นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน เป็นผลจากความชัดเจนในการจัดการเลือกตั้ง


ที่มา
บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญ...
« ตอบกลับ #715 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2019, 23:44:15 PM »
FINNOMENA Daily News Update : 7 กุมภาพันธ์ 2562

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้แถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรส โดยทรัมป์ไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับแผนเศรษฐกิจในอนาคต
แต่กล่าวเพียงว่า นับตั้งแต่ที่เขาก้าวเข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีนั้น เศรษฐกิจสหรัฐมีขยายตัวขึ้นเกือบสองเท่าและมีการจ้างงานใหม่มากกว่า 5.3 ล้านตำแหน่ง
     นอกจากนี้ นักลงทุนยังกังวลว่าสหรัฐอาจเผชิญกับภาวะปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือชัตดาวน์ รอบใหม่ หลังจากปธน.ทรัมป์เดินหน้าเรียกร้องให้สภาคองเกรสอนุมัติงบประมาณสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโกในระหว่างการกล่าวแถลงนโยบายประจำปีครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม ตลาดได้รับปัจจัยหนุนในระหว่างวัน หลังจากนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนมีความคืบหน้า
พร้อมกับยืนยันว่า เขาและคณะเจรจาการค้าของสหรัฐจะเดินทางไปยังจีนในสัปดาห์หน้า เพื่อให้มีการบรรลุข้อตกลงก่อนกำหนดเส้นตายในวันที่ 2 มี.ค.

โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิของกลุ่มลงในปีงบประมาณ 2561 ที่จะสิ้นสุดลงในเดือนมี.ค. 2562 โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากเงินเยนที่แข็งค่าสูงกว่าคาดการณ์
ทั้งนี้ บริษัทคาดว่า กำไรสุทธิของกลุ่มจะอยู่ที่ 1.87 ล้านล้านเยน หรือ 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 มี.ค. ซึ่งลดลงจากการประเมินก่อนหน้านี้ที่ 2.3 ล้านล้านเยน
โตโยต้าได้คงการคาดการณ์กำไรจากการดำเนินกรของกลุ่มไว้ที่ 2.4 ล้านล้านเยน และการประเมินยอดขายที่ 29.5 ล้านล้านเยน

สำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนีเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนธ.ค.ร่วงลง 1.6% จากเดือนพ.ย.
สวนทางกับที่คาดการณ์ว่าจะปรับตัวขึ้น 0.3% ขณะที่เอชเอส มาร์กิตเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นสุดท้ายของยูโรโซน อยู่ที่ระดับ 51.0 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2556 หรือในรอบ 66 เดือน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,390.30 จุด ลดลง 21.22 จุด หรือ -0.08%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,731.61 จุด ลดลง 6.09 จุด หรือ -0.22%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,375.28 จุด ลดลง 26.80 จุด หรือ -0.36%
ตลาดหุ้นสหรัฐฯยังกังวลประเด็นภาวะ Governent Shutdown อีกครั้ง หลังโดนัลด์ ทรัมป์ออกมาเรียกร้องอีกครั้ง
แต่ยังมีการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทีะเบียนที่ดีอย่าง แสนป และคาปรี โฮลดิงส์ ช่วยพยุงตลาดไว้

ดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 0.15% ปิดที่ 365.52 จุด
ตลาดหุ้นยุโรปยังคงมีความกังวลด้านโอกาสชะลอตัวทางเศรษฐกิจ หลังการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจในสหภาพยุโรปออกมาน่าผิดหวัง

ดัชนีนิกเกอิปิดขยับขึ้น 29.61 จุด หรือ 0.14% แตะที่ 20,874.06 จุด
จากบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ได้ปรับลดคาดการณ์ผลกำไรในปีงบการเงิน 2561 ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทญี่ปุ่น
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นในวันนี้นำโดยหุ้นกลุ่มขนส่งทางทะเล กลุ่มผู้ผลิตเครื่องมือสำหรับงานชั่งตวงวัด และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่หุ้นกลุ่มธุรกิจสินเชื่อผู้บริโภค กลุ่มอุปกรณ์ด้านการขนส่ง และกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง ปรับตัวลดลง

ดัชนี S&P BSE Sensex ปิดตลาดที่ 36,975.23 จุด บวก 358.42 จุด หรือ 0.98%
ปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 5 นักลงทุนคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางอินเดียจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการที่กระทรวงการคลังอินเดียประกาศปรับเพิ่มตัวเลขประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอินเดียในปี 2562-2563 สู่ระดับ 7.5% จากเดิมที่ระดับ 7.2%

ตลาดหลักทรัพย์ไทยปิดวันที่ระดับ 1,658.71 จุด เพิ่มขึ้น 5.62 จุด (+0.34%) มูลค่าการซื้อขาย 38,519.92 ล้านบาท
ตลาดได้รับ Sentiment บวกจากการเจรจาการค้าที่คืบหน้าในทางที่ดี และธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ส่วนการแถลงนโยบายประจำปีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯในวันนี้ก็มีมุมมองออกมาค่อนข้างดี

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 35 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 54.01 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 71 เซนต์ หรือ 1.2% ปิดที่ 62.69 ดอลลาร์/บาร์เรล
จากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด นอกจากนี้สัญญาน้ำมันยังคงได้ปัจจัยหนุนจากการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก)

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 4.80 ดอลลาร์หรือ 0.36% ปิดที่ 1,314.40  ดอลลาร์/ออนซ์
เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์ได้ลดความต้องการซื้อทองคำ

ปัจจัยที่ต้องจับตามอง
การประชุมธนาคารกลางอังกฤษ
จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรก สหรัฐฯ
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญวันนี้
« ตอบกลับ #716 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์ 2019, 00:33:43 AM »
ประเด็นสำคัญวันนี้

โลก: ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่าจะไม่มีการพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก่อนเส้นตายวันที่ 1 มี.ค. นี้ จากก่อนหน้านี้ที่เคยกล่าวว่าจะมีการพบปะกันในเดือนนี้

อังกฤษ: BoE มีมติเอกฉันท์ 9-0 เสียงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.75% ตามที่ตลาดคาด นอกจากนี้ BoE ยังได้ปรับลดคาดการณ์จีดีพีอังกฤษในปีนี้และปีหน้าลง สู่ระดับ 1.2%และ 1.5% จากเดิมคาดที่ระดับ 1.7% ทั้งสองปี จากผลกระทบจากปัจจัย Brexit และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

อังกฤษ: การหารือระหว่างนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ และนายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธาน EC ไม่ได้ข้อสรุป โดยทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะพบกันอีกครั้งก่อนสิ้นเดือนนี้

ยุโรป: คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ปรับลดคาดการณ์จีดีพียูโรโซนในปีนี้และปีหน้าลงเหลือ 1.3% และ 1.6% จากเดิมคาด  1.9% และ 1.7% ตามลำดับ โดยได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศ และหนี้ภาครัฐที่เพิ่มขึ้น



ที่มา
บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญ...
« ตอบกลับ #717 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์ 2019, 00:37:59 AM »
FINNOMENA Daily News Update : 8 กุมภาพันธ์ 2562

สำนักงานสถิติเยอรมนีเปิดเผย การผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีได้ปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันในเดือนธ.ค. โดยลดลง 0.4% สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.7% หลังจากที่ดิ่งลง 1.3% ในเดือนพ.ย. การร่วงลงของการผลิตภาคอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากการทรุดตัวลงกว่า 4% ของภาคการก่อสร้าง แม้ว่าภาคการผลิตปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ขณะที่การผลิตรถยนต์พุ่งขึ้นกว่า 7%

ทางด้านธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจอังกฤษในปีนี้ สู่ระดับ 1.2% จากเดิมที่ระดับ 1.7% โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวต่อไปในปีนี้ สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี โดยได้รับผลกระทบจากปัจจัย Brexit และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
ขณะเดียวกัน BoE ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจอังกฤษในปีหน้า สู่ระดับ 1.5% จากเดิมที่ระดับ 1.7% ก่อนที่จะดีดตัวสู่ระดับ 1.9% ในปี 2564

คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของยูโรโซนในปีนี้และปีหน้า จากการคาดการณ์ที่ว่าประเทศขนาดใหญ่ในยูโรโซนจะมีเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง โดยได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศ และหนี้ภาครัฐที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ EC คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะมีการขยายตัว 1.3% ในปีนี้ ลดลงจากระดับ 1.9% ในปีที่แล้ว และคาดว่าจะดีดตัวสู่ระดับ 1.6% ในปีหน้า
ก่อนหน้านี้ EC คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะมีการขยายตัว 1.9% ในปีนี้ และ 1.7% ในปีหน้า
          นอกจากนี้ EC ยังคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของ EU ซึ่งไม่รวมสหราชอาณาจักร จะมีการขยายตัว 1.5% ในปีนี้ ลดลงจากระดับ 2.1% ในปีที่แล้ว และคาดว่าจะดีดตัวสู่ระดับ 1.8% ในปีหน้า
          EC คาดว่าเศรษฐกิจของเยอรมนีจะมีการขยายตัว 1.1% ในปีนี้ ลดลงจากระดับ 1.5% ในปีที่แล้ว ขณะเดียวกัน EC ยังคาดว่าเศรษฐกิจของฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และเนเธอร์แลนด์จะชะลอตัวลงเช่นกัน โดยอิตาลีชะลอตัวมากที่สุดสู่ระดับ 0.2% ในปีนี้

ดัชนีนิกเกอิปิดร่วงลง 122.78 จุด หรือ 0.59% แตะที่ 20,751.28 จุด
ได้รับปัจจัยลบจากตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดอ่อนแรงลงเมื่อคืนนี้ และหุ้นกลุ่มรถยนต์ที่ปรับตัวลง อย่างไรก็ตาม ดัชนีนิกเกอิลดช่วงลบ เนื่องจากตลาดได้ปัจจัยหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นซอฟต์แบงก์ กรุ๊ป หลังจากบริษัทประกาศแผนซื้อคืนหุ้นเมื่อวานนี้ หุ้นที่ปรับตัวลงในวันนี้นำโดยหุ้นกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน กลุ่มกระดาษและเยื่อกระดาษ และกลุ่มเหมืองแร่

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,169.53 จุด ร่วงลง 220.77 จุด หรือ -0.87%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,706.05 จุด ลดลง 25.56 จุดหรือ -0.94%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,288.35 จุด ลบ 86.93 จุด หรือ -1.18%
ตอบรับความกังวลเศรษฐกิจชะลอตัวในฝั่งยุโรป และทิศทางการเจรจาสงครามการค้าที่อาจไม่สิ้นสุดทันกำหนดการพักรบเดิม
          หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มของดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง โดยกลุ่มพลังงานร่วงนำ 2.13%           
          หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีรายใหญ่หรือกลุ่ม FAANG ซึ่งประกอบด้วยเฟซบุ๊ก แอปเปิล อเมซอน เน็ตฟลิกซ์ และอัลฟาเบทซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ปรับตัวลง โดยกลุ่มเทคโนโลยีร่วง 1.44%
          หุ้นเฟซบุ๊ก ร่วง 2.41% หุ้นแอปเปิล ลดลง 1.89% หุ้นอเมซอน ลบ 1.58% หุ้นเน็ตฟลิกซ์ ร่วง 2.12% และหุ้นอัลฟาเบท ลดลง 1.51%
          หุ้นทวิตเตอร์ ร่วงลง 9.8% แม้บริษัทเปิดเผยกำไรในไตรมาส 4 ที่ระดับ 31 เซนต์/หุ้น มากกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 25 เซนต์/หุ้น และรายได้อยู่ที่ระดับ 909 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 868 ล้านดอลลาร์

ดัชนี S&P BSE Sensex ปิดตลาดวันนี้ที่ 36,971.09 จุด ลดลง 4.14 จุด หรือ 0.01%
ตลาดหุ้นอินเดียปิดปรับตัวลงเล็กน้อย หลังจากดีดตัวขึ้นติดต่อกัน 5 วัน โดยตลาดไม่ได้แรงหนุนจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอินเดีย  ธนาคารกลางอินเดียมีมติลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 6.25% จากระดับก่อนหน้านี้ที่ 6.50%  หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคดิ่งลงนำตลาด

ตลาดหลักทรัพย์ไทยปิดวันที่ระดับ 1,653.11 จุด ลดลง 5.60 จุด (-0.34%) มูลค่าการซื้อขาย 50,123.15 ล้านบาท
การซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทยยังไม่คึกคัก แต่วอลุ่มเทรดถือว่าดีขึ้นกว่าช่วงก่อนตรุษจีน เนื่องจากตลาดฯไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามา และยังอยู่ในช่วงของการรอดูการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน

ดัชนี Stoxx Europe 600 ร่วง 1.49% ปิดที่ 360.08 จุด
หลังจากคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) ประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของยูโรโซนในปีนี้ และปีหน้า
ประกอบกับการขยายตัวของผลผลิตภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มหดตัวลง

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ร่วงลง 1.37 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 52.64 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนเม.ย. ดิ่งลง 1.06 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดที่ 61.63 ดอลลาร์/บาร์เรล
จากนักลงทุนกังวลการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจะส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันลดน้อยลงด้วย
นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันยังได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ รวมทั้งรายงานข่าวที่ว่า ลิเบียอาจจะกลับมาผลิตน้ำมันอีกครั้งในเร็วๆนี้ 

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 20 เซนต์ หรือ 0.02% ปิดที่ 1,314.20 ดอลลาร์/ออนซ์
จากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ส่งผลให้สัญญาทองคำปิดในแดนลบติดต่อกันเป็นวันที่ 5 ซึ่งเป็นสถิติการปิดลบที่ยาวนานที่สุดในรอบ 18 เดือน
อย่างไรก็ตาม สัญญาทองคำขยับลงเพียงน้อยเมื่อคืนนี้ เนื่องจากนักลงทุนส่วนหนึ่งได้เข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
คำคม
« ตอบกลับ #718 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์ 2019, 05:27:25 AM »
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
คำคม
« ตอบกลับ #719 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์ 2019, 05:30:20 AM »
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
คำคม
« ตอบกลับ #720 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์ 2019, 05:33:39 AM »
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญวันนี้
« ตอบกลับ #721 เมื่อ: 11 กุมภาพันธ์ 2019, 00:40:43 AM »
ประเด็นสำคัญวันนี้

ไทย: การเมืองไทยมีความไม่แน่นอนเพิ่ม โดยวันนี้ กกต. จะพิจารณาในกรณีมีผู้ยื่นคำร้องให้ กกต. เสนอศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคไทยรักษาชาติ ด้านพรรคไทยรักษาชาติเตรียมยื่น กกต. พิจารณา พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขาดคุณสมบัติเป็นนายกฯ เช่นกัน ทั้งนี้ กกต. จะประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ ผู้มีสิทธิสมัคร ส.ส. และผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรค ในวันที่ 15 ก.พ.

โลก: หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน เจ้าหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้บันทึกรายละเอียดของการเจรจาเป็นลายลักษณ์อักษร แม้ว่าใกล้ถึงวันที่ 1 มี.ค. ซึ่งเป็นเส้นตายที่ทั้งสองฝ่ายกำหนดไว้สำหรับการบรรลุข้อตกลงทางการค้า

โลก: ประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดเผยว่า การประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 ของเขากับนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ จะจัดขึ้นที่ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ในวันที่ 27-28 ก.พ. นี้ โดยจะมีการหารือกันเพื่อพยายามปลดอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ


ที่มา
บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญ...
« ตอบกลับ #722 เมื่อ: 11 กุมภาพันธ์ 2019, 00:48:42 AM »
FINNOMENA Daily News Update : 11 กุมภาพันธ์ 2562

แหล่งข่าวจากรัฐบาลสหรัฐเปิดเผยว่า การประชุมระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง
มีแนวโน้มอย่างมากที่จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ทันเส้นตายวันที่ 1 มี.ค. ที่ทั้งสองฝ่ายกำหนดไว้สำหรับการบรรลุข้อตกลงทางการค้า
เนื่องจากมีเวลาน้อยเกินไปในการทำข้อตกลงกัน และปธน.ทรัมป์ยังต้องเตรียมการประชุมสุดยอดกับนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ในช่วงปลายเดือนนี้
ทั้งนี้ หากทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าก่อนวันดังกล่าว ปธน.ทรัมป์ก็จะเดินหน้าเพิ่มการเรียกเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 25% จากเดิม 10% ในขณะนี้

หุ้นอเมซอนร่วงลง 1.62% จากการที่อเมซอนกำลังตัดสินใจทบทวนโครงการสร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ที่นิวยอร์ก ซิตี้
เนื่องจากเผชิญกับการคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่ โดยก่อนหน้านี้ อเมซอนเลือกลองไอส์แลนด์ ซิตี้ในนิวยอร์ก และเนชั่นแนล แลนดิ้งในเวอร์จิเนียเป็นสถานที่ตั้งของ 2 สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ในย่านอีสต์โคสต์
โดยสำนักงานใหญ่แต่ละแห่งจะรองรับพนักงาน 25,000 คน ซึ่งการคัดค้านโครงการดังกล่าวมาจากความวิตกว่าจะส่งผลให้ราคาสินค้าพุ่งขึ้น และทำให้ประชาชนในท้องถิ่นต้องถูกขับไล่ออกไป

สำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนีเปิดเผยว่า การส่งออกของเยอรมนีพุ่งขึ้น 3% สู่ระดับ 1.32 ล้านล้านยูโร (1.49 ล้านล้านดอลลาร์) ในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,106.33 จุด ลดลง 63.20 จุดหรือ -0.25%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,707.88 จุด เพิ่มขึ้น 1.83 จุดหรือ +0.07% 
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,298.20 จุด ปรับตัวขึ้น 9.85 จุดหรือ +0.14%   
ตลาดหุ้นสหรัฐฐฯ ยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ หลังความไม่แน่นอนทางด้านสงครามการค้า
โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลง 3 วันติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธ.ค. โดยหุ้นยูไนเต็ดเฮลธ์ กรุ๊ป ปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 2.6%
หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มของดัชนี S&P 500 ปิดบวก โดยกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานและการเงินลดลง

ดัชนีนิกเกอิปิดร่วงลง 418.11 จุด หรือ 2.01% แตะที่ 20,333.17 จุด
จากความกังวลกรณีสงครามการค้าอาจไม่สำเร็จทันกำหนดการ โดยการปรับตัวลงในครั้งนี้เป็นการแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน

ดัชนีฮั่งเส็งลดลง 43.89 จุด หรือ 0.16% ปิดวันนี้ที่ 27,946.32 จุด
จากความกังวลกรณีสงครามการค้าอาจไม่สำเร็จทันกำหนดการ

ดัชนี Sensex ปิดวันนี้ที่ 36,546.48 ดิ่งลง 424.61 จุด หรือ 1.15%
ตลาดหุ้นอินเดียดิ่งลงกว่า 400 จุด ปรับตัวลงเป็นวันที่ 2 ขณะที่หุ้นร่วงลงทุกกลุ่ม นำโดยกลุ่มรถยนต์
จากความกังวลกรณีสงครามการค้าอาจไม่สำเร็จทันกำหนดการ

ตลาดหลักทรัพย์ไทยปิดที่ระดับ 1,651.68 จุด ลดลง 1.43 จุด (-0.09%) มูลค่าการซื้อขาย 56,862.15 ล้านบาท
ตลาดหลักทรัพย์ไทยปรับตัวขึ้นดีกว่าภูมิภาค หลังมีความชัดเจนทางด้านการเมืองมากขึ้นในเรื่องของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.56% ปิดที่ 358.07 จุด
ตลาดหุ้นยุโรปได้รับแรงกดดันจากประเด็นสงครามการค้า และกรณี Brexit ที่ยังมี่ความไม่แน่นอนสูง
ที่ล่าสุด ผู้นำ EU ได้ปฏิเสธคำขอของนายกรัฐมนตรีเทเรซ่า เมย์ของอังกฤษที่จะเปิดข้อตกลงการถอนตัวที่เสร็จสมบูรณ์แล้วก่อนหน้านี้อีกครั้ง
ทั้งนี้ ความวิตกเกี่ยวกับการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนกดดันหุ้นกลุ่มรถยนต์และกลุ่มน้ำมัน โดยหุ้นโฟล์คสวาเก้นร่วง 1.73% และหุ้นเรโนลต์ดิ่งลง 2.18% ส่วนหุ้นบีพี ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของอังกฤษลบ 0.60%

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 8 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่ 52.72 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนเม.ย.ปรับตัวขึ้น 47 เซนต์ หรือ 0.8% ปิดที่ 62.10 ดอลลาร์/บาร์เรล
ราคาน้ำมันยังคงได้แรงหนุนจากแนวโน้มที่ตลาดน้ำมันโลกจะตึงตัว หลังการปรับลดการผลิตของโอเปก และการคว่ำบาตรบริษัทน้ำมันของเวเนซุเอลา  แม้มีรายงานว่าจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐเพิ่มขึ้นก็ตาม

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 4.30 ดอลลาร์ หรือ 0.3% ปิดที่ 1,318.50 ดอลลาร์/ออนซ์
จากความกังวลด้านเศรษฐกิจชะลอตัว หนุนราคาทองคำปรับตัวขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

5ปัจจัยที่ต้องจับตามองสัปดาห์นี้
การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน โดยมีกำหนดการเริ่มเจรจาในระดับเจ้าหน้าที่ในวันจันทร์
และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอย่างนายโรเบิร์ต ลิธเซอร์ และ สตีเวนมนูชินรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในวันพฤหัสบดี
แถลงการณ์จากธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยนายเจอโรมม์ พาเวลล์ ในวันอังคาร ซึ่งเป็นที่จับตามองเพื่อคาดการณ์ท่าทีทางนโยบายการเงินต่อไป
ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่มีกำหนดการประกาศในวันพุธ โดยมีการคาดการณ์ว่าจะประกาศออกมาขยายตัวลดลงเล็กน้อย จากการบริโภคที่ลดลงจากความไม่มั่นใจทางเศรษฐกิจที่มีโอกาสหดตัว เป็นปัจจัยสำคัญที่ FED ใช้ในการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
ตัวเลขยอดค้าปลีก ในครั้งนี้นักวิเคราะห์คาดการณ์จะขยายตัว 0.1% MoM ลดลงจากครั้งก่อนหน้าที่ขยายตัว 0.2% ซึ่งตัวเลขนี้มีความสัมพันธ์สูงกับเศรษฐกิจสหรัฐฯสูง จากสัดส่วนการบริโภคในประเทศคิดเป็น 70% ของ GDP ทั้งหมด
ฤดูการประกาศผลประกอบการ โดยในสัปดาห์นี้มีกำหนดการประกาศกว่า 60 บริษัท


ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญวันนี้
« ตอบกลับ #723 เมื่อ: 11 กุมภาพันธ์ 2019, 23:22:41 PM »
ประเด็นสำคัญวันนี้

ไทย: MSCI ประกาศไม่มีหุ้นไทยถูกเพิ่มเข้าหรือถอดออกจาก ดัชนี MSCI Global Standard และ MSCI Global Small Cap ในการทบทวนดัชนีรายไตรมาสรอบเดือน ก.พ. 2019

โลก: เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่ง กล่าวว่า อาจมีการเลื่อนกำหนดเส้นตายสำหรับการบรรลุข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน จากเดิมที่กำหนดไว้ในวันที่ 1 มี.ค. ขณะที่สหรัฐฯและจีน จะจัดการเจรจาการค้ารอบใหม่ที่กรุงปักกิ่งในสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 14-15 ก.พ. นี้

อังกฤษ: จีดีพี 4Q18 ขยายตัวเพียง 0.2% QoQ ลดลงจากระดับ 0.6% ใน 3Q18 จากการทรุดตัวลงของการผลิตรถยนต์ เหล็กและภาคการก่อสร้าง ส่งผลให้ทั้งปี 2018 จีดีพีขยายตัว 1.4% ต่ำสุดในรอบ 6 ปี ขณะที่ สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) คาดเศรษฐกิจจะยังคงชะลอตัวต่อเนื่องในปีนี้ จากผลกระทบ Brexit

สหรัฐฯ: การเจรจาระหว่างสมาชิกพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตเกี่ยวกับงบประมาณความมั่นคงตามแนวชายแดนได้ประสบความล้มเหลวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถเห็นพ้องกันเกี่ยวกับประเด็นนโยบายกักกันผู้อพยพ


ที่มา
บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt

ออฟไลน์ 2day

  • ..........
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 5709
  • พลังน้ำใจ: 213
ประเด็นสำคัญ...
« ตอบกลับ #724 เมื่อ: 11 กุมภาพันธ์ 2019, 23:25:30 PM »
FINNOMENA Daily News Update : 12 กุมภาพันธ์ 2562

กระทรวงพาณิชย์จีนยืนยันว่า นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน จะจัดการประชุมเพื่อเจรจาการค้ารอบใหม่กับนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐ (USTR) และสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ
โดยการประชุมจะจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 14-15 ก.พ.นี้

การเจรจาระหว่างสมาชิกพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตเกี่ยวกับงบประมาณความมั่นคงตามแนวชายแดนได้ประสบความล้มเหลวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถเห็นพ้องกันเกี่ยวกับประเด็นนโยบายกักกันผู้อพยพ
ทั้งนี้ หากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันไม่สามารถบรรลุข้อตกลงภายในวันที่ 15 ก.พ. ปธน.ทรัมป์ก็อาจจะปล่อยให้เกิดภาวะชัตดาวน์อีกครั้งหนึ่ง หรือเขาอาจยอมลงนามในร่างกฎหมายงบประมาณ พร้อมกับใช้อำนาจประธานาธิบดีประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ
และออกกฎหมายอนุมัติงบประมาณสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก โดยไม่ต้องผ่านการรับรองจากสภาคองเกรส

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหราชอาณาจักรขยายตัว 1.4% ในปี 2561 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2555 และลดลงจากระดับ 1.8% ในปี 2560
ส่วนในไตรมาส 4 ของปี 2018 เศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรมีการขยายตัวเพียง 0.2% ลดลงจากระดับ 0.6% ในไตรมาส 3 โดยการผลิตรถยนต์และเหล็กทรุดตัวลงมากที่สุด ขณะที่ภาคการก่อสร้างปรับตัวลงเช่นกัน แม้ว่าภาคบริการมีการขยายตัว

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,053.11 จุด ลดลง 53.22 จุด หรือ -0.21%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,709.80 จุด เพิ่มขึ้น 1.92 จุด หรือ +0.07%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,307.90 จุด เพิ่มขึ้น 9.71 จุด หรือ +0.13%
ตลาดหุ้นสหรัฐฯเคลื่อนไหวในกรอบแคบ จากความไม่แน่นอนทางด้านสงครามการค้า และ กรณี Government Shutdown ที่อาจเกิดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 15 ก.พ. นี้
หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมซึ่งมีความอ่อนไหวต่อประเด็นการค้าระหว่างประเทศ ปรับตัวผันผวน
โดยหุ้นโบอิ้ง ปรับตัวลง 0.24% ขณะที่หุ้นแคทเธอร์พิลลาร์ ขยับขึ้น 0.26% หุ้นยูไนเต็ด เทคโนโลยีส์ เพิ่มขึ้น 0.2% หุ้นอีตัน คอร์ป ลดลง 0.26% หุ้น 3M เพิ่มขึ้น 0.5% และหุ้นเจเนอรัล อิเล็กทริก เพิ่มขึ้น 2.2%

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตพุ่ง 35.67 จุด หรือ 1.36% ปิดที่ 2,653.90 จุด
ดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 197.52 จุด หรือ 0.71% ปิดวันนี้ที่ 28,143.84 จุด
ตลาดหุ้นจีนปรับตัวสูงขึ้น จากการยืนยันของกระทรวงพาณิชย์จีนถึงการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯในวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์นี้

ดัชนี S&P BSE Sensex ปิดตลาดที่ 36,395.03 จุด ลดลง 151.45 จุด หรือ 0.41%
ตลาดหุ้นอินเดียปรับตัวลง 3 วันต่อเนื่อง จากแรงเทขายเพื่อลดความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
จากประเด็นสงครามการค้าที่ยังไม่ชัดเจน โดยหุ้นกลุ่มรถยนต์ปรับตัวลงมากที่สุดในวันนี้

ตลาดหลักทรัพย์ไทยปิดวันที่ระดับ 1,638.00 จุด ลดลง 13.68 จุด (-0.83%) มูลค่าการซื้อขาย 40,670.81 ล้านบาท
รับแรงกดดันจากประเด็นทางการเมืองภายในประเทศ หลังจากมีความไม่แน่นอนสูงทั้งกรณียื่นยุบพรรค ทษช. และ ถอดถอนนายประยุทธ์ จันทร์โอชาจากการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ปพชร.
นอกจากนั้นแล้วยังคงกังวลเกี่ยวกับประเด็นสงครามการค้า และ Government Shutdown ที่อาจจะเกิดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 15 ก.พ.นี้

ดัชนี Stoxx Europe 50 เพิ่มขึ้น 0.96% ปิดที่ 3165.61 จุด
นักลงทุนยังจับตาความคืบหน้ากรณีการเจรจาสงครามการค้า และการเจรจาเรื่อง Brexit ที่จัดขึ้นในวานนี้
ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษบ่งชี้ว่า ความวิตกเรื่อง Brexit ได้สกัดกั้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรในปี 2561 โดยชะลอตัวมากที่สุดในรอบ 6 ปี

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 31 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 52.41 ดอลลาร์/บาร์เรล  ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค.
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 59 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 61.51 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค.
ได้รับแรงกดดันจากการที่สหรัฐเพิ่มแท่นขุดเจาะน้ำมันและผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น รวมทั้งความกังวลที่ว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจะส่งผลให้ความต้องการน้ำมันลดน้อยลง นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังสร้างแรงกดดันต่อตลาดน้ำมันด้วยเช่นกัน

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 6.6 ดอลลาร์ หรือ 0.5% ปิดที่ 1,311.90 ดอลลาร์/ออนซ์
ได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ นอกจากนี้ การที่ดัชนี Nasdaq และS&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังคงเคลื่อนไหวในแดนบวกเมื่อคืนนี้ ยังส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

5 ปัจจัยที่ต้องจับตามองวันนี้
ตลาดหุ้นเอเชียยังนิ่ง หลังเมื่อคืนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ไม่มีการเคลื่อนไหวมากนัก เนื่องจากรอดูท่าทีผลการเจรจาการค้าสหรัฐฯ -จีนรอบสำคัญ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนคาดหวังความสำเร็จในการเจรจารอบนี้เพื่อยุติผลการขึ้นภาษีสินค้าจีนก่อนวันที่ 1 มีนาคม แต่ประเด็นความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเข้าสู่ช่วงถดถอยและโอกาสเกิด Government Shutdown อีกรอบยังกดดันตลาดต่อไป
Mike Pompeo รมว.ต่างประเทศของสหรัฐฯ ยังออกมาขู่ประเทศที่ยังใช้ผลิตภัณฑ์ Huawei ว่าถ้ายังไม่ยกเลิกความร่วมมืออาจส่งผลให้สั่งซื้อสินค้าจากบริษัทของสหรัฐฯ ได้ยากขึ้น
ตัวเลขการจ้างงานออสเตรเลียที่ก่อนหน้านี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นส่งผลกดดันเงินเฟ้อ เริ่มเห็นภาพที่ยืดหยุ่นต่อตลาดมากขึ้น โดยตลาดแรงงานที่ยืดหยุ่นถือเป็นมุมมองในแง่ดีของธนาคารกลางประเทศ รวมถึงต้องติดตามการเลือกตั้งซึ่งจะมี
ขึ้นในเดือนพฤษภาคมด้วย
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง 8 วันติดต่อกัน อาจแข็งค่าต่อเนื่องจากแรงหนุนของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวอาจทำให้ธนาคารกลางประเทศอื่นไม่สามารถปรับขึ้นดอกเบี้ย แม้ Fed จะมีท่าทีปรับขึ้นดอกเบี้ยน้อยลงในปีนี้
ผู้ใช้งาน Reddit เว็บไซต์ Online Community ออกมาวิจารณ์การรับเงินลงทุนจาก Tencent บริษัทยักษ์ใหญ่จากจีนว่าอาจส่งผลต่อความสามารถในการแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ได้
ลงทุนผ่าน zulutrade ของผม
https://v5.zulutrade.com/trader/350902

Link IB: https://www.exness.com/a/otqntqnt