ผู้เขียน หัวข้อ: การวางแผน Money Management  (อ่าน 27065 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ phdluki

  • นักลงทุนขั้นต้น
  • *
  • กระทู้: 27
  • พลังน้ำใจ: 24
Re: การวางแผน Money Management
« ตอบกลับ #50 เมื่อ: 15 กันยายน 2009, 03:03:50 AM »
ตอนที่ 8 การปรับปรุงความเสี่ยงโดยการเล่นหลายตลาด และการลดการขาดทุนโดยใช้ Semi-matingale trading
สำหรับตัวอย่างระบบที่นำมาปรับปรุงคือระบบ Blessing system ของห้องระบบเทรดนะครับ http://thailandinvestorclub.com/index.php?topic=4128.0

อันนี้ผมจะเขียนให้ง่ายๆ พร้อมยกตัวอย่างแล้วกันนะครับ ส่วนเนื้อหาละเอียดๆ อ่านได้ในบทที่ 8 ของ The trading game นะครับ (ในหนังสือมีเฉพาะการเล่นหลายตลาด แต่ไม่มี Semi-matingale นะครับ เพราะอันนี้ผมคิดเอง 555+)

ขอขึ้นหัวข้อไว้ก่อนแล้วกันนะครับ แล้วคราวหน้าผมจะมาต่อให้  :D
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 กันยายน 2009, 03:39:29 AM โดย phdluki »

ออฟไลน์ Mamay

  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 1220
  • พลังน้ำใจ: 1650
Re: การวางแผน Money Management
« ตอบกลับ #51 เมื่อ: 15 กันยายน 2009, 10:15:40 AM »
สวัสดีครับ 
คุณ phd luki  ชื่นชมในกระทู้นะครับเขียนได้ดีครับ  อย่างอื่นไม่มีคำถามครับ ในกระทู้นี้เขียนได้ดี ครับอ่านแล้วเข้าใจหมดเลยครับ
แต่บังเอิญผมมีปัญหามาจากกระทู้ก่อน ครับ
       เข้าใจว่า  เทรดดิ้งแพลนน่าจะเขียนมาจาก real lab นะครับ ก็เลยคิดว่า เขียนได้ดี ครับเข้าใจง่ายครับ
       ผมมีคำถามนิดนึงครับ   เราจะทำยังไง  ไม่ให้พลาดในการเทรดแม้แต่ครั้งเดียว  ผมเห็น คุณ phdluki ทำได้หน่ะครับ
       ประมาณ แปดสิบครั้งติด  ซึ่งเครื่องมือของคุณ PHdluki ความแม่นยำ 70 - 80 เปอร์เซ็นต์ นะครับ  ผมจำไม่ได้ แต่นั่นแหละครับ
       
       สำคัญมากเลยครับเทรดไม่พลาดเลย  แต่ถึงผมจะรู้ว่า ถึงเราเทรดพลาดมันก็ส่วนน้อย และไม่ได้ทำให้เราขาดทุนในอัตราสูงเพราะเราได้ ลดสเกลของ risk rate ลง  ก็คือการไม่ได้เพิ่มทุนไปก็ตาม ซึ่งตามเครื่องมือ ถ้าพลาด 70-80 เปอร์เซ็นต์ครับ เข้าใจว่าอาจทำให้พอร์ทโตช้านิดนึง แต่ก็ดีกว่าไม่โตเลยครับ  ถ้าเครื่องมือเราพลาดบ้างครับ

      แต่ที่อยากรู้ครับ  คือเทรดไม่พลาดเลยนี่คงเป็นไปไม่ได้ครับ (รึว่าถ้าเป็นไปได้ช่วยบอกหน่อยครับเพราะเห็นคุณphdluki ไม่พลาดเลยเหมือนกัน ว่าไม่พลาดเลยยังไง) ผมขอถามแค่ถ้า เทรดพลาดแล้ว ขาดทุนคือเครื่องมือผิดพลาด เรามีวิธีแก้เกมส์ยังไง หรือแก้ระบบยังไง  ผมไม่ได้ถามนะครับว่าใช้เครื่องมืออะไร  เพราะไม่อยากกวนคุณ phdluki มากเป็นความรู้ส่วนตัว  เอ่ออย่าพึ่งคิดว่าผมจับผิดนะครับ  เคยเจอกันในกระทู้ระบบเทรดไม่ใช้อินดี้แล้วน่าจะพอคุยกันได้เน๊าะครับเน๊าะ  ขอแค่ไกด์ไลน์ก็ได้ครับ

      ขอเสนอไอเดียที่แตกต่างนิดหน่อยครับ  นอกจากการพัฒนาระบบที่ดี  เรามีเครื่องมือที่ดีแล้ว  ระบบของเราก็จะพลาดได้ประมาณ ตามเปอร์เซ็นผิดพลาดที่ได้ครับ   ในทางกลับกัน  ถ้าเราพัฒนาระบบให้รองรับความผิดพลาด มากที่สุด ที่ผู้ชายโง่ ๆ คนนึงจะเทรดพลาดได้ คือ กลับเอาเครื่องมือของเรา เช่น เสียเจ็ดสิบ ได้สามสิบ พอ แล้วรองรับนั้นได้ ความผิดพลาดน้อยลงครับ

      แต่ว่าคำตอบนี้ ใช้กับระบบผมไม่ได้ครับ เลย ทางตันเต็ม ๆ (เรียกว่างานเข้าได้เลย)

     

ออฟไลน์ piyapat

  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 540
  • พลังน้ำใจ: 31
Re: การวางแผน Money Management
« ตอบกลับ #52 เมื่อ: 16 กันยายน 2009, 00:21:00 AM »
ตามมาศึกษาและรอบทต่อๆไปนะครับ ขอบคุณท่านเจ้าของกระทู้นะครับ รักษาสุขภาพด้วยนะครับ ;)
"อยู่ให้รอดก่อน แล้วค่อยทำกำไร"

ออฟไลน์ phdluki

  • นักลงทุนขั้นต้น
  • *
  • กระทู้: 27
  • พลังน้ำใจ: 24
Re: การวางแผน Money Management
« ตอบกลับ #53 เมื่อ: 16 กันยายน 2009, 02:43:07 AM »
สวัสดีครับ 
คุณ phd luki  ชื่นชมในกระทู้นะครับเขียนได้ดีครับ  อย่างอื่นไม่มีคำถามครับ ในกระทู้นี้เขียนได้ดี ครับอ่านแล้วเข้าใจหมดเลยครับ
แต่บังเอิญผมมีปัญหามาจากกระทู้ก่อน ครับ
       เข้าใจว่า  เทรดดิ้งแพลนน่าจะเขียนมาจาก real lab นะครับ ก็เลยคิดว่า เขียนได้ดี ครับเข้าใจง่ายครับ
       ผมมีคำถามนิดนึงครับ   เราจะทำยังไง  ไม่ให้พลาดในการเทรดแม้แต่ครั้งเดียว  ผมเห็น คุณ phdluki ทำได้หน่ะครับ
       ประมาณ แปดสิบครั้งติด  ซึ่งเครื่องมือของคุณ PHdluki ความแม่นยำ 70 - 80 เปอร์เซ็นต์ นะครับ  ผมจำไม่ได้ แต่นั่นแหละครับ
       
       สำคัญมากเลยครับเทรดไม่พลาดเลย  แต่ถึงผมจะรู้ว่า ถึงเราเทรดพลาดมันก็ส่วนน้อย และไม่ได้ทำให้เราขาดทุนในอัตราสูงเพราะเราได้ ลดสเกลของ risk rate ลง  ก็คือการไม่ได้เพิ่มทุนไปก็ตาม ซึ่งตามเครื่องมือ ถ้าพลาด 70-80 เปอร์เซ็นต์ครับ เข้าใจว่าอาจทำให้พอร์ทโตช้านิดนึง แต่ก็ดีกว่าไม่โตเลยครับ  ถ้าเครื่องมือเราพลาดบ้างครับ

      แต่ที่อยากรู้ครับ  คือเทรดไม่พลาดเลยนี่คงเป็นไปไม่ได้ครับ (รึว่าถ้าเป็นไปได้ช่วยบอกหน่อยครับเพราะเห็นคุณphdluki ไม่พลาดเลยเหมือนกัน ว่าไม่พลาดเลยยังไง) ผมขอถามแค่ถ้า เทรดพลาดแล้ว ขาดทุนคือเครื่องมือผิดพลาด เรามีวิธีแก้เกมส์ยังไง หรือแก้ระบบยังไง  ผมไม่ได้ถามนะครับว่าใช้เครื่องมืออะไร  เพราะไม่อยากกวนคุณ phdluki มากเป็นความรู้ส่วนตัว  เอ่ออย่าพึ่งคิดว่าผมจับผิดนะครับ  เคยเจอกันในกระทู้ระบบเทรดไม่ใช้อินดี้แล้วน่าจะพอคุยกันได้เน๊าะครับเน๊าะ  ขอแค่ไกด์ไลน์ก็ได้ครับ

      ขอเสนอไอเดียที่แตกต่างนิดหน่อยครับ  นอกจากการพัฒนาระบบที่ดี  เรามีเครื่องมือที่ดีแล้ว  ระบบของเราก็จะพลาดได้ประมาณ ตามเปอร์เซ็นผิดพลาดที่ได้ครับ   ในทางกลับกัน  ถ้าเราพัฒนาระบบให้รองรับความผิดพลาด มากที่สุด ที่ผู้ชายโง่ ๆ คนนึงจะเทรดพลาดได้ คือ กลับเอาเครื่องมือของเรา เช่น เสียเจ็ดสิบ ได้สามสิบ พอ แล้วรองรับนั้นได้ ความผิดพลาดน้อยลงครับ

      แต่ว่าคำตอบนี้ ใช้กับระบบผมไม่ได้ครับ เลย ทางตันเต็ม ๆ (เรียกว่างานเข้าได้เลย)

     

ถึงคุณ lancelot ครับ
ผมขอตอบทีละประเด็นแล้วกันนะครับ :D

เทรดดิ้งแพลนเขียนจาก real lab มั้ย ใช่ครับ แต่อาจจะมีการปรับปรุงบ้างให้เหมาะสมกับการเทรดแบบปกติ
(ระบบผมไม่ใช่ Fixed Risk ครับแต่เป็น Semi-matingale Trading ซึ่งการคิด %Risk จะไม่เหมือนกับ MM ปกติ)

แต่เอาเป็นว่าเอาอย่างนี้แล้วกันนะครับ ผมค่อนข้างนับถือ และถูกชะตากับคุณ lancelot นะครับ  ;) คุณถามมาตรงๆ แบบนี้ ผมก็จะอธิบายตรงๆ เลยแล้วกัน (ผมไม่ใช้วิธี PM นะครับ เพราะต้องการให้เพื่อนๆ ท่านอื่นได้ช่วยกันวิเคราะห์วิจารณ์ด้วย เผื่อเทคนิคนี้จะมีประโยชน์ และอาจเอาไปใช้ได้ จะได้รับประโยชน์กันถ้วนหน้าครับ) แต่ต้องยกความดีให้คุณ lancelot เลยนะครับที่ถามผม   :D

ตอบคำถามต่อแล้วกันนะครับ ก่อนที่จะแนะระบบที่ผมใช้
เราจะทำยังไง ไม่ให้พลาดในการเทรดแม้แต่ครั้งเดียว
- ทำไม่ได้ครับ ผมก็ทำไม่ได้เช่นกันครับ แต่ถ้าอ่านดีๆ คุณจะเห็นว่า ผมบอกว่าเก็บวันละ 30 จุดก็จริง แต่ถ้ากลับไปอ่านดีๆ ผมจะบอกว่าผมได้มากกว่าวันละ 30 จุดนะครับ ผมเล่น Pair EJ วันนึงก็ได้อย่างต่ำๆ 50 จุดแล้วแหละครับ เพราะมันค่อนข้างสวิงแรง แต่ที่เขียนแค่ 30 จุดเพราะจะเอาจุดที่เกินไปในแต่ละวันมาโปะวันที่เสียด้วยครับ ซึ่งปกติสัปดาห์หนึ่งผมก็อาจเสียได้ 1-2 วันครับ หรือบางสัปดาห์ก็มีบางวันที่ไม่ได้เล่นครับ ที่ผมบอก 30 จุดต่อวันนั้นจริงๆ แล้วเป็นค่าเฉลี่ยที่ควรจะได้ ประมาณนั้นครับ

ถ้าพลาดแล้ว มีวิธีแก้เกมยังไง หรือแก้ระบบยังไง
- เรื่องแก้เกมนี่ตอบไม่ยากครับ เพราะว่าจะสังเกตว่า MM  ของผมแบ่งช่วงเวลาไว้ชัดเจน เช่นสำหรับ Trading Plan ที่ให้ไป ผมจะแบ่งช่วงที่จะปรับ MM เป็นเดือนนะครับ เช่นตัวอย่าง MM ที่ผมเขียนไว้ (มีลิงค์ที่หน้าแรกครับ) ว่าเดือนมิถุนาจะเล่นที่ความเสี่ยง 15% จนทุนเพิ่มเป็น 100$ ดังนั้นถ้าเกิดเดือนมิถุนายนพลาดได้ไม่ถึง 100$ ผมก็แค่ยืดระยะเวลาออกไปอีกเดือนนึงเท่านั้นเองครับ ก่อนที่จะปรับระบบใหม่ อย่าลืมนะครับ การลงทุนเราต้องใช้เงินเย็น และที่สำคัญ ต้องใจเย็นด้วยครับ  :D ผมไม่เดือดร้อนอะไรมาก เลยยืดระยะเวลาออกไปได้ครับ
- ส่วนการแก้ระบบเนี่ย ตอบยากครับ เพราะขึ้นกับระบบของแต่ละท่าน แต่สำหรับระบบที่ผมใช้ ตอบง่ายครับ 555+ เพราะระบบผมไม่มีอะไรเลย จึงไม่มีอะไรต้องปรับครับ (ระบบของผมเป็น Indicatorless System ครับ แล้วก็ใช้ Semi-matingale ในการเพิ่ม % win ของระบบน่ะครับ)

อย่าเพิ่งคิดว่าผมจับผิดนะครับ :D
- ไม่หรอกครับ (แต่จริงๆ ก็แอบคิดนิดๆ อิอิ) เรื่องนี้คุณ lancelot จะสงสัยก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ที่ผมไม่คิดอะไรเพราะผมเห็นแนวทางการตอบกระทู้ของคุณ lancelot แล้ว แต่ละครั้งที่คุณ lancelot ตอบนี้ก็แฝงไว้ด้วยความสุภาพ (ทุกๆ กระทู้นะครับไม่ได้หมายความเฉพาะกระทู้นี้) ผมเลยไม่คิดว่าคุณ lancelot ต้องการจับผิดผมหรอกครับ  ;) แต่ก็อาจจะอยากรู้มากกว่า

ผมไม่ได้ถามนะครับว่าใช้เครื่องมืออะไร  เพราะไม่อยากกวนคุณ phdluki มากเป็นความรู้ส่วนตัว
- ครับ คุณ lancelot ไม่ได้ถามผมหรอกครับ  ;D แต่เพราะผมอยากตอบให้คุณ lancelot มากกว่า แต่อาจจะบอกเป็นแนวทางแค่นั้นนะครับ เพราะคุณ lancelot จะได้ไม่รู้สึกว่าเป็นการรบกวนผมเกินไป อิอิ เรื่องที่ทำไม %win ของระบบมันเยอะนักผมจะแนะคร่าวๆ แล้วกันนะครับ (ท่านอื่นอ่านด้วยก็ได้นะ ถ้าไม่ขี้เกียจไปซะก่อน 555+)

ระบบเทรดที่ผมใช้เกี่ยวพันอย่างมากกับตอนที่ 8 ที่ผมกำลังจะเขียนเลยครับ งั้นเอาเป็นว่าผมจะไม่เขียนบทที่ 8 แล้วนะครับ (เอาประเด็นของบทที่ 8 มารวมตรงนี้เลยดีกว่า)

- ก่อนอื่นผมอยากเล่านะครับ (อันนี้อยากเล่าครับ จะอ่านหรือไม่อ่านก็ได้) ผมเริ่มเข้าตลาด Forex ซักประมาณ 5 ปีที่แล้วครับ หลังจากเสีย HYIP ไปเยอะ ก็เลยมาคิดว่าจะลองมาเล่น Forex เองเลยดีกว่า ซึ่งตอนนั้นโบรคที่นิยมเล่นกันก็มี 2 ที่คือ NorthFinance ซึ่งตอนนี้ปิดรับสมาชิกเพิ่มเรียบร้อยแล้ว และเปลี่ยนเป็น FxPro แล้วก็ Marketiva คุณคิดว่าผมจะเล่นโบรคไหนครับ? เฉลยก็ต้อง Marketiva สิครับใช้ทุนน้อยดี และใช้ E-Gold ฝากเงินได้ (ตอนนั้นก็มีเว็บ Taladthong เว็บเดียวที่รับแลก E-gold แถมมีค่าสมัครตั้ง 500 แหนะ TT) ส่วนที่หาความรู้ในตอนนั้นก็ต้องนี่เลย money7net (ก่อนที่จะปิดไปด้วยเหตุผลบางอย่าง จนทำให้คุณต้นต้องสร้าง Community ขึ้นใหม่ที่เว็บนี้) เอ้า ออกทะเลไปไกล แล้วผมจะเล่าทำไมเนี่ย ออ ที่อยากเล่าเพราะผมอยากให้เห็นภูมิหลังครับว่า ผมใช้เวลานานมากกว่าจะเริ่มกำไร (เมื่อประมาณปีสองปีมานี้) และเริ่มรักษากำไรได้ (เมื่อประมาณปีนี้เอง) ดังนั้นผมไม่ได้เก่งกว่าคนอื่นหรอกครับ แต่ผมก็มีท้อและเลิกเป็นพักๆ เหมือนกัน เอาเป็นว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมาเนี่ยผมเลยได้ข้อสังเกตบางอย่างจนเกิดเป็นระบบเทรดที่ผมใช้ตอนนี้นะครับ (ซึ่งไม่เชิงเป็นระบบเทรดด้วยซ้ำ) ข้อสังเกตเท่าที่นึกได้ มีดังนี้

นักเทรดหลักๆ เห็นจะมีสองประเภทตามสไตล์การเล่น คือพวกชอบสวนกระแส กับพวกชอบตามเทรน
กลุ่มส่วนกระแสจะชอบดักกินเป็นระยะๆ ตามแนวรับแนวต้าน หรือพวก Fibo ซึ่ง Drawdown ของกลุ่มนี้คือช่วงที่ตลาดมีเทรนครับ
และพวกชอบตามเทรนจะชอบตามเทรนหลักๆ แต่จะตายได้ง่ายๆ เลย ตอนช่วง Sideway ซึ่ง Drawdown ของกลุ่มนี้คือช่วงตลาดไม่มีทิศทางครับ

แต่ผมเป็นพวกชอบสวนกระแสครับ สวนมาหลายปี (อย่าคิดลึกนะครับ  ;D) แต่ก็ไม่ได้กำไรซักที (ก็ตลาดส่วนมากมีเทรนนี่) ผมก็เลยลองมาเล่นตามเทรนครับ แล้วก็เกิดปัญหาขึ้นมาอีกว่า
ผมมักจะเปลี่ยนเป้าหมายไปเรื่อย เช่น วิเคราะห์ตอนแรกเห็นว่าเทรนขึ้น ก็ Buy ตั้ง SL กับ TP เรียบร้อย ผ่านไปซักพัก เจอ minor resistance ราคาเด้งไปเด้งมา ใจเริ่มหายแล้ว วิเคราะห์ใหม่ กลายเป็น Sell เอาไปเอามาใจไม่นิ่งพอครับ สุดท้ายมันก็ทะลุแนวต้านขึ้นเหมือนเดิม เอาไปเอามาเลยเสียทั้ง Buy ทั้ง Sell ทั้ง Spead ไม่หมดตัวก็ให้มันรู้ไป 555+ แต่ผมก็เริ่มเห็นว่า การเล่นตามเทรนเนี่ยถ้าทำตามกฏมีโอกาสที่จะพอเห็นกำไรเป็นกอบเป็นกำได้ ก็เลยเริ่มเล่นแบบ Trend Following นับแต่นั้น

หลังๆ มานี่ผมก็วิเคราะห์ครั้งเดียว ซื้อแล้วก็ปิดเครื่องเลย ไม่ต้องไปสนใจมันจะขึ้นหรือลง ซึ่งก็ดีพอสมควร (ผมเลยบอกว่าคนส่วนใหญ่ 90% จะหมดตัวในตลาดนี้ และใน 90% นั้น 80% เกิดจากการที่เราไม่มีวินัยครับ การวิเคราะห์ผมว่าเรียนครึ่งวันก็ทำได้ทุกคน แต่วินัยเนี่ยฝึกกันยาก คนที่วิเคราะห์เก่งๆ แต่เล่นแบบมือบอนจนหมดตัวก็มีเยอะแยะไป) แต่ผมก็ติดนิสัยที่งก ชอบตั้ง SL น้อยๆ TP มากๆ สุดท้ายก็ติด SL ประจำ ผมเลยมาศึกษา MM แบบจริงๆ จังๆ แต่เหมือนบทที่ 1-7 ที่ผมเขียนให้ดูแหละครับ ไม่มีระบบไหนที่เหมาะกับผมเลย ผมเลยคิดอยู่นาน จนได้ MM แบบหนึ่งขึ้นจนได้ ก็คือระบบ Semi-martingale ที่ผมจะแชร์ให้ฟังนี่แหละครับ

ทุกท่านจะเห็นอยู่แล้วว่า ระบบทั่วไปแบ่งเป็น Martingale กับ Anti-Martingale นะครับ (ผมจะไม่อธิบายเพิ่มแล้วนะครับ ถ้างงให้กลับไปอ่านบทก่อนหน้านะครับ)
Trading Plan ทั่วไปเป็นระบบ Anti-martingale แต่ก็มีบางระบบเป็น Martingale เช่น Blessing System http://thailandinvestorclub.com/index.php?topic=4128.0 ซึ่งหลายท่านอาจเข้าใจผิดว่า Blessing System เป็น Trading System แบบหนึ่ง ซึ่งผมก็ไม่อยากจะเถียง ก็แล้วแต่มุมมองแหละครับ แต่ถ้ามองในแง่ MM มันเป็นแค่ระบบ MM แบบหนึ่งเท่านั้น (ระบบเทรดจริงๆ แยกจาก MM อย่างชัดเจน เพราะ Trading System จะบอกว่าเราจะต้องลงทุน เมื่อไหร่ แต่ MM จะบอกเราว่าต้องลงทุน เท่าไหร่ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันเลยครับ

เอาละ ผมออกนอกทะเลไปอีกรอบแล้ว  ;D กลับมาที่ระบบเทรดของผมดีกว่าครับ
พูดถึงอินดิเคเตอร์ก่อน อินดิเคเตอร์เนี่ยก็มี 2 แบบอีกแหละครับ คือแบบให้สัญญาณไว (ให้ Signal ก่อนการเกิด Reversal เช่นตระกูล Momentum ทั้งหลาย หรือ Stochastic) และแบบให้สัญญาณช้า (มักใช้เป็นตัว Comfirm ให้ Signal หลังจากการเกิด Reversal เช่นตระกูล MA ทั้งหลาย (อาจประยุกต์ดูการเกิด Divergence ซึ่งจะให้สัญญาณเร็วขึ้น นั่นก็อีกเรื่องนึง แต่โดยปกติ สัญญาณของ MA จะมาหลังเกิดเทรนขึ้นแล้วครับ)) พวกชาวสวนจะชอบ Indy แบบแรกมากเพราะให้สัญญาณไวดี พวกชอบตามจะชอบแบบหลังมากเพราะว่าสัญญาณค่อนข้างแน่นอน แต่ผมคิดไปคิดมาแล้วพบว่า Indy แต่ละตัวมันก็คิดมาจากข้อมูลในกราฟนั่นแหละ ดังนั้นถ้าเรามองกราฟเปล่าๆ แบบไม่มี Bias ก็น่าจะให้ข้อมูลได้เหมือนกัน ระบบเทรดของผมจึงไม่ใช้ indy อะไรเลย (อาจมีการใช้ RSI หรือ MACD คอนเฟิร์มบ้าง แต่ก็ไม่ใช้ตลอดนะครับ) แล้วก็คิดแค่ว่าวันนี้ราคาจะขึ้น หรือลง (หรือจะนิ่ง)
พอคิดได้แล้วว่าราคาจะเป็นยังไง (ขนาดไม่มี indy แล้วก็ยังมีที่ให้ดูอีกเยอะครับ ไม่ว่าจะเป็น Channel Support Resistance Continuous&reversal pattern Candlestick Fibonacci แล้วก็จิปาถะอื่นๆ คราวนี้โอกาสก็เป็น 50:50 แล้วแหละว่ามันจะขึ้นหรือลง แต่ผมถือว่าถ้าผมวิเคราะห์แม่นยำจริงๆ (ใช้ประสบการณ์นะครับ ไม่ใช่หมอลักษณ์ฟันธง  :D) โอกาสก็น่าจะเป็น ซัก 70:30 ได้)

อ้าว ตอนนี้ก็รู้แล้วว่าจะ Buy หรือ Sell คราวนี้มีเรื่องใหญ่อีกเรื่อง คือ Spread และ TP จริงๆ การอธิบายต้องใช้รูปประกอบนิดหน่อย แต่เอาเป็นว่า ผมไม่ใช้แล้วกันนะครับ แต่จะพยายามเขียนให้เข้าใจแทน คราวนี้ TP ต้องเหมาะสมกับธรรมชาติของ Timeframe และ Pair ที่เราเล่นครับ เช่นผมเล่น EJ Timeframe 15 min ตอนตลาดลื่นไหลหน่อย ค่านี้น่าจะอยู่ประมาณ 50 จุด ถ้าใครสนใจเรื่องนี้ ผมว่าคุณ the_greenday เขียนไว้ดีแล้วครับ http://thailandinvestorclub.com/index.php?topic=6743.0 ก็ลองไปดูแล้วกันนะครับ

คราวนี้เรื่อง Spread ผมก็ไม่มีปัญหา เพราะ Spread ผมแค่ 3 จุด เทียบกับ TP 50 จุด ถือว่าไม่มากมายนักพอรับได้ คราวนี้ก็ถึงเรื่อง MM และการตั้ง SL แล้วแหละครับ ที่ผมจะพูดถึง (อันนี้เป็นเนื้อหาในตอนที่ 8 นะครับ)
การตั้ง SL ถ้ามากก็จะมีโอกาสเสียน้อย แต่เสียมาก แต่ถ้าตั้งน้อยก็ชน SL บ่อย ซึ่งการตั้ง SL เนี่ยเราสามารถใช้ MM ช่วยได้ครับ

หัวใจของระบบ Semi-martingale คือการแบ่งเงินลงทุนออกเป็นส่วนๆ และทบนะครับ แต่ความเสี่ยงยังคง Fixed เป็นเปอร์เซ็นต์เหมือน Anti martingale ครับ ทำให้เราจำกัดความเสี่ยงได้ (ข้อดีของ Anti martingale) และทำให้เรามีโอกาสเสียน้อยลง (ข้อดีของ Martingale) ซึ่งไม่ต้องไปหาอ้างอิงที่ไหนนะครับในการเอาสองระบบนี้มารวมกัน เพราะผมก็ไม่มีเหมือนกัน อันนี้ผมปรับปรุงเอาจากประสบการณ์ครับ

ระบบการแบ่งเงินลงทุนของผมจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ 6%:9%:24% ครับ และ SL ที่ตั้งไว้คือ 30 จุด ความเสี่ยงรวมคือ 24% (แยก Margin ไว้ต่างหาก) และ TP 30-50 จุดครับ โดยจะเล่นดังนี้

ส่วนแรก ลงจุดที่ต้องการจะซื้อ เช่น ซื้อที่ 1.0100 6% และตั้ง SL 90 จุด TP 30 จุด เราจะได้ว่าโอกาสที่ราคาจะชน TP ก่อนสูงมาก แต่ค่า Reward:Risk=1:3 อาจดูเสี่ยงเกินไป ก็มีวิธีแก้ไขดังนี้ครับ

ถ้าราคาลงมาจากจุดที่ซื้ออีก 30 จุด คุณก็ซื้อเพิ่มอีก 9% เช่นในกรณีนี้ ซื้อที่ 1.0070 SL 60 จุด TP 30 จุด จะได้ว่าโอกาสชน TP ก็ยังสูงอยู่ และ Reward:Risk ของขึ้นนี้เป็น 1:2 ดูดีขึ้นนิดหน่อยครับ

และถ้าราคายังลงมาอีก 30 จุด คุณก็ซื้อเพิ่มอีก 24% (ดูเหมือนจะเสี่ยง แต่จริงๆ แล้วไม่นะครับ เพราะว่าผมบอกแล้วว่าผมจะวิเคราะห์เทรนก่อนและเล่นตามเทรนหลักเสมอ ดังนั้นที่ราคาลงมาไม่เป็นไปตามแนวโน้มนี้ต้องเกิดจากการปรับฐานเท่านั้น ถ้ามี Reversal Pattern ผมจะ cut loss ตั้งแต่ Step 2 แล้วครับ) ขั้นนี้ SL 30จุด TP 30 จุด ซึ่งแต่ละขั้นผมจะเรียกว่า Stage นะครับ เราสามารถสรุปเป็นตารางได้ประมาณนี้

สมมติว่ามีเงิน 100$ จะซื้อแต่ละ Stage ดังนี้ (ในวงเล็บคือ (ราคาซื้อ/SL/TP/เปอร์เซ็นต์ที่ซื้อ นะครับ)
Stage 1          (1.0100/1.0010/1.0130/6)                                                                                   
Stage 2          (1.0100/1.0010/1.0100/6)   (1.0070/1.0010/1.0100/9)                                             
Stage 3          (1.0100/1.0010/1.0070/6)   (1.0070/1.0010/1.0070/9)  (1.0040/1.0010/1.0070

ออฟไลน์ phdluki

  • นักลงทุนขั้นต้น
  • *
  • กระทู้: 27
  • พลังน้ำใจ: 24
Re: การวางแผน Money Management
« ตอบกลับ #54 เมื่อ: 16 กันยายน 2009, 02:45:27 AM »
ดันตัวหนังสือเกินซะงั้น งั้นต่อตรงนี้แล้วกันครับ

Stage 1          (1.0100/1.0010/1.0130/6)                                                                                   
Stage 2          (1.0100/1.0010/1.0100/6)   (1.0070/1.0010/1.0100/9)                                             
Stage 3          (1.0100/1.0010/1.0070/6)   (1.0070/1.0010/1.0070/9)  (1.0040/1.0010/1.0070/24)
 
อธิบายแต่ละ Stage นะครับ
ตอนแรกเล่น Stage 1 ถ้าราคาชน TP ตั้งแต่ขั้นนี้เลยจะได้กำไร 6*30/100 ราว 2% ครับ
แต่ถ้าราคาต่ำลงมาเรื่อยๆ จนถึง -30 จุด เราก็ซื้อเพิ่มอีกเป็น Stage 2 ส่วนตัวเดิมที่ซื้อใน Stage 1 ก็ลด TP ลง ถ้าขั้นนี้ได้ก็จะได้กำไร 0 + 9*30/100 ราว 3% ครับ
และถ้าราคาต่ำลงมาอีก จน -60 จุด เราก็ซื้อเพิ่มอีกเป็น Stage 3 และลด TP ของ Stage 1 และ 2 ลงแบบเดิม ถ้าขั้นนี้ได้ก็จะได้กำไร 6*-30/100 + 0 + 24*30/100 ราว 5.4% ครับ
และถ้าหลุดทุก Stage ก็คงต้องเสียแล้วแหละครับ ในที่นี้เราจะเสียทั้งสิ้น 6*90/100 + 9*60/100 + 24*30/100 = 18% ของเงินต้นครับ

ค่า 90 จุดนี้ผม optimize มาแล้วว่ารับการปรับฐานของ EJ ได้แน่นอน ข้อดีอีกประการหนึ่งของการลาก SL ยาวคือการที่เราสามารถป้องกันช่วง Sideway ได้ เนื่องจาก SL เรายาวมาก โอกาสที่เราจะเสียจากการที่ราคา Swing ในช่วง Sideway จึงน้อย และเผลอๆ ติด TP ของเราก่อนด้วยซ้ำ ดังนั้นระบบนี้ถึงเป็น Trend Following แต่ก็ไม่จำเป็นต้องสนใจ condition ของตลาดขณะนั้นมากนัก จึงเหมาะสมกับพวกมือบอน (เช่นผม) เป็นอย่างยิ่ง

ข้อเสียของระบบนี้เห็นจะมีอย่างเดียวคือถ้าหาก 3 Stage เอาไว้ไม่อยู่ก็จะเสียอย่างมโหฬารเลยทีเดียว (18%) แต่หากเราเล่นตามเทรนใหญ่ (ในที่นี้ผมเล่นกราฟ 15min และเล่นตามเทรนของ 4hr) โอกาสผิดพลาดเช่นนี้มีน้อยมากครับ และเนื่องจากความเสี่ยงหลักๆ อยู่ในช่วงท้ายๆ (ที่ลงเยอะๆ) ดังนั้นก็มีโอกาสที่เราจะสังเกตเห็นการเกิด Reversal ก่อน และ Cutloss ก่อนที่จะถึง Stage 3 ก็ได้ครับ ระบบนี้จึงเป็นระบบที่กินตามน้ำได้เรื่อยๆ แบบไม่รีบร้อนครับ

จะเห็นว่าระบบของผม มี %Risk หลาย Stage มาก ระบบที่เสนอเป็น Trading Plan จึงเลือกใช้ค่ากลางๆ เพียงค่าเดียวซึ่งทำให้เหมาะสมกับการเทรดของทุกๆ ท่านน่ะครับ จึงอาจจะแตกต่างจากของผมบ้าง

และอีกอย่าง ระบบนี้จะมีค่า %Overall Risk ต่ำมากถ้าเราเล่นหลายๆ ตลาด เพราะเราจะได้ปัจจัยเรื่อง Drawdown Advantage แต่ผมเมื่อยแล้วครับ เอาเป็นว่าว่างๆ ผมจะมาต่อให้แล้วกัน แต่จริงๆ แล้วระบบนี้เล่น Pair เดียวก็ได้ ผมก็เล่น Pair เดียวเหมือนกัน แต่ที่สำคัญกว่านั้น คืออย่าโลภครับ ระบบนี้โลภ แล้วหมดตัวอย่างเดียว

แล้วก็อีกอย่าง ปกติผมไม่ตั้ง TP:SL=30:30 ครับ แต่จะใช้ค่า TP:SL=50:30 ครับ เพราะว่าอาศัยการเล่นในช่วงที่เทรนชัดเจนเท่านั้น และทำให้ค่า %Reward:Risk ดีขึ้น

เอาเป็นว่าผมแนะคุณ lancelot คร่าวๆ เพียงเท่านี้แหละครับ (คุณ lancelot อาจจะเริ่มบ่นว่า เนี่ยเหรอคร่าวๆ ทำไมมันยาวนักฟะ  :D ถ้ามันยาวมากไป ก็ขออภัยสำหรับบางส่วนที่ไร้สาระด้วยแล้วกันนะครับ หวังว่าเราจะไม่ว่ากัน อิอิ)

และถ้าเพื่อนๆ มีข้อติชมหรือวิจารณ์ระบบนี้ ก็ช่วยๆ กันพิมลงมาได้นะครับ เราจะได้ปรับปรุงระบบนี้ให้ดีขึ้นต่อไป


และนอกเรื่องอีกนิด ตอนนี้ผมกำลังหา MM ที่เหมาะกับตลาด commodities เช่น Gold อยู่ เพราะเล่นง่ายกว่า Forex มาก (เพราะแนวโน้มพี่ทองแกเล่นจะขึ้นอย่างเดียว) ไว้มีโอกาสจะมาแชร์ระบบให้ฟังแล้วกันนะครับ ^ ^


ข้อคิดข้อที่ 9 จริงๆ ก็ไม่ใช่ข้อคิดอะไรหรอกครับ ผมเพียงอยากบอกให้รู้ว่า ความรู้ เนี่ย เมื่อให้ไปแล้วมันไม่เหมือนสิ่งอื่นนะครับ คือยิ่งให้ยิ่งเพิ่มพูน เหมือนระบบเทรด ผมเห็นบางท่านหวงระบบเทรดของท่านมาก ก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลแหละครับ แต่ผมอยากให้คิดว่า ก่อนที่คุณจะมีระบบเทรดของคุณนั้น คุณเอาความรู้มาจากไหน ถ้าไม่ใช่คนอื่นเค้าให้คุณ แล้วอีกอย่าง การที่คุณเอาหลักการหรือระบบมาแชร์กับเพื่อนๆ นั้นไม่เป็นการทำให้กำไรของคุณที่คุณจะเทรดได้ลดลงเลยครับ แต่ตรงกันข้าม คุณจะได้ประโยชน์จากการที่มีคนจำนวนมากช่วยกันคิดปรับปรุงแก้ไข และทดลองระบบของคุณให้ดียิ่งขึ้นครับ เผลอๆ กำไรของคุณจะมากกว่าแต่ก่อนด้วยซ้ำ ข้อดีอีกอย่างคือคนอื่นก็จะได้รวยแบบคุณ ความริษยาไม่ทำให้คุณมีความสุขและรวยขึ้นนะครับ ผมก็ฝากไว้เท่านี้แหละครับ   :)

ออฟไลน์ piyapat

  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 540
  • พลังน้ำใจ: 31
Re: การวางแผน Money Management
« ตอบกลับ #55 เมื่อ: 16 กันยายน 2009, 04:31:31 AM »
ช่างเป็นบทความที่อ่านแล้วไม่น่าเบื่ออะไรเช่นนี้ ชื่นชมจริงๆครับกับการเขียนสไตล์แบบนี้ มีสอดแทรกแง่คิดด้วย

ผมเองเพิ่งเข้าวงการ forex ได้ยังไม่ถึงปีเลยได้แต่ขออ่านและศึกษาไปก่อนนะครับ ยังไม่มีอะไรมาแชร์ และจะรอให้ท่านอื่นๆที่มากประสบการณ์มาช่วยพัฒนาระบบต่อไปครับผม ขอบคุณอีกครั้งครับที่สละเวลาพิมพ์บทความยาวๆแบบนี้ให้ศึกษา นับถือมากมายจากใจจริง  :)
"อยู่ให้รอดก่อน แล้วค่อยทำกำไร"

ออฟไลน์ phdluki

  • นักลงทุนขั้นต้น
  • *
  • กระทู้: 27
  • พลังน้ำใจ: 24
Re: การวางแผน Money Management
« ตอบกลับ #56 เมื่อ: 16 กันยายน 2009, 04:43:07 AM »
ช่างเป็นบทความที่อ่านแล้วไม่น่าเบื่ออะไรเช่นนี้ ชื่นชมจริงๆครับกับการเขียนสไตล์แบบนี้ มีสอดแทรกแง่คิดด้วย

ผมเองเพิ่งเข้าวงการ forex ได้ยังไม่ถึงปีเลยได้แต่ขออ่านและศึกษาไปก่อนนะครับ ยังไม่มีอะไรมาแชร์ และจะรอให้ท่านอื่นๆที่มากประสบการณ์มาช่วยพัฒนาระบบต่อไปครับผม ขอบคุณอีกครั้งครับที่สละเวลาพิมพ์บทความยาวๆแบบนี้ให้ศึกษา นับถือมากมายจากใจจริง  :)

ขอบคุณครับ เรื่องประสบการณ์ไม่สำคัญหรอกครับ จริงๆ แล้วมีความรู้อะไรเราก็เอามาแชร์กันได้ครับ ไม่มีใครรู้ทุกเรื่องหรอกครับ อิอิ
^^ (ตอนแรกผมอ่านแล้วแอบตกใจ ผมอ่านตกคำว่า ไม่ ไปน่ะครับ ดันไปอ่านว่า ช่างเป็นบทความที่อ่านแล้ว_น่าเบื่ออะไรเช่นนี้ เกือบไปแล้วมั้ยล่ะเรา   :D)

131313

  • บุคคลทั่วไป
Re: การวางแผน Money Management
« ตอบกลับ #57 เมื่อ: 16 กันยายน 2009, 08:31:13 AM »
ขอบคุณมากๆครับ

ออฟไลน์ lacktasid

  • I'm in lovingly forex
  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 3466
  • พลังน้ำใจ: 149
  • Open your eyes, then action!!!
    • eFXTraders
Re: การวางแผน Money Management
« ตอบกลับ #58 เมื่อ: 16 กันยายน 2009, 08:41:00 AM »
ขอบคุณ คุณ phdluki  ครับ :)
"Wish you good trading"

ออฟไลน์ voywhy

  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 234
  • พลังน้ำใจ: 3
Re: การวางแผน Money Management
« ตอบกลับ #59 เมื่อ: 16 กันยายน 2009, 09:54:00 AM »
เรื่อง money management เป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่แยกระหว่าง "นักพนัน" กับ "นักลงทุน" ครับ ถ้าคนที่เล่น Casino แล้วใช้เรื่อง MM มาจัดการและสุดท้ายกลับออกมาด้วยกำไร แบบนี้ก้อถือว่าเป็นนักลงทุนไม่ใช่นักพนันครับ

ผมเอง งง งง กับสูตร Expectancy อยู่แหละครับ เอาไว้ผมว่างๆ  จะมาช่วย  comment ครับ

ออฟไลน์ chatchaicyber

  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 224
  • พลังน้ำใจ: 1
Re: การวางแผน Money Management
« ตอบกลับ #60 เมื่อ: 16 กันยายน 2009, 10:13:19 AM »
ดันตัวหนังสือเกินซะงั้น งั้นต่อตรงนี้แล้วกันครับ

Stage 1          (1.0100/1.0010/1.0130/6)                                                                                  
Stage 2          (1.0100/1.0010/1.0100/6)   (1.0070/1.0010/1.0100/9)                                              
Stage 3          (1.0100/1.0010/1.0070/6)   (1.0070/1.0010/1.0070/9)  (1.0040/1.0010/1.0070/24)
 
อธิบายแต่ละ Stage นะครับ
ตอนแรกเล่น Stage 1 ถ้าราคาชน TP ตั้งแต่ขั้นนี้เลยจะได้กำไร 6*30/100 ราว 2% ครับ
แต่ถ้าราคาต่ำลงมาเรื่อยๆ จนถึง -30 จุด เราก็ซื้อเพิ่มอีกเป็น Stage 2 ส่วนตัวเดิมที่ซื้อใน Stage 1 ก็ลด TP ลง ถ้าขั้นนี้ได้ก็จะได้กำไร 0 + 9*30/100 ราว 3% ครับ
และถ้าราคาต่ำลงมาอีก จน -60 จุด เราก็ซื้อเพิ่มอีกเป็น Stage 3 และลด TP ของ Stage 1 และ 2 ลงแบบเดิม ถ้าขั้นนี้ได้ก็จะได้กำไร 6*-30/100 + 0 + 24*30/100 ราว 5.4% ครับ
และถ้าหลุดทุก Stage ก็คงต้องเสียแล้วแหละครับ ในที่นี้เราจะเสียทั้งสิ้น 6*90/100 + 9*60/100 + 24*30/100 = 18% ของเงินต้นครับ

ค่า 90 จุดนี้ผม optimize มาแล้วว่ารับการปรับฐานของ EJ ได้แน่นอน ข้อดีอีกประการหนึ่งของการลาก SL ยาวคือการที่เราสามารถป้องกันช่วง Sideway ได้ เนื่องจาก SL เรายาวมาก โอกาสที่เราจะเสียจากการที่ราคา Swing ในช่วง Sideway จึงน้อย และเผลอๆ ติด TP ของเราก่อนด้วยซ้ำ ดังนั้นระบบนี้ถึงเป็น Trend Following แต่ก็ไม่จำเป็นต้องสนใจ condition ของตลาดขณะนั้นมากนัก จึงเหมาะสมกับพวกมือบอน (เช่นผม) เป็นอย่างยิ่ง

ข้อเสียของระบบนี้เห็นจะมีอย่างเดียวคือถ้าหาก 3 Stage เอาไว้ไม่อยู่ก็จะเสียอย่างมโหฬารเลยทีเดียว (18%) แต่หากเราเล่นตามเทรนใหญ่ (ในที่นี้ผมเล่นกราฟ 15min และเล่นตามเทรนของ 4hr) โอกาสผิดพลาดเช่นนี้มีน้อยมากครับ และเนื่องจากความเสี่ยงหลักๆ อยู่ในช่วงท้ายๆ (ที่ลงเยอะๆ) ดังนั้นก็มีโอกาสที่เราจะสังเกตเห็นการเกิด Reversal ก่อน และ Cutloss ก่อนที่จะถึง Stage 3 ก็ได้ครับ ระบบนี้จึงเป็นระบบที่กินตามน้ำได้เรื่อยๆ แบบไม่รีบร้อนครับ

จะเห็นว่าระบบของผม มี %Risk หลาย Stage มาก ระบบที่เสนอเป็น Trading Plan จึงเลือกใช้ค่ากลางๆ เพียงค่าเดียวซึ่งทำให้เหมาะสมกับการเทรดของทุกๆ ท่านน่ะครับ จึงอาจจะแตกต่างจากของผมบ้าง

และอีกอย่าง ระบบนี้จะมีค่า %Overall Risk ต่ำมากถ้าเราเล่นหลายๆ ตลาด เพราะเราจะได้ปัจจัยเรื่อง Drawdown Advantage แต่ผมเมื่อยแล้วครับ เอาเป็นว่าว่างๆ ผมจะมาต่อให้แล้วกัน แต่จริงๆ แล้วระบบนี้เล่น Pair เดียวก็ได้ ผมก็เล่น Pair เดียวเหมือนกัน แต่ที่สำคัญกว่านั้น คืออย่าโลภครับ ระบบนี้โลภ แล้วหมดตัวอย่างเดียว

แล้วก็อีกอย่าง ปกติผมไม่ตั้ง TP:SL=30:30 ครับ แต่จะใช้ค่า TP:SL=50:30 ครับ เพราะว่าอาศัยการเล่นในช่วงที่เทรนชัดเจนเท่านั้น และทำให้ค่า %Reward:Risk ดีขึ้น

เอาเป็นว่าผมแนะคุณ lancelot คร่าวๆ เพียงเท่านี้แหละครับ (คุณ lancelot อาจจะเริ่มบ่นว่า เนี่ยเหรอคร่าวๆ ทำไมมันยาวนักฟะ  :D ถ้ามันยาวมากไป ก็ขออภัยสำหรับบางส่วนที่ไร้สาระด้วยแล้วกันนะครับ หวังว่าเราจะไม่ว่ากัน อิอิ)

และถ้าเพื่อนๆ มีข้อติชมหรือวิจารณ์ระบบนี้ ก็ช่วยๆ กันพิมลงมาได้นะครับ เราจะได้ปรับปรุงระบบนี้ให้ดีขึ้นต่อไป


และนอกเรื่องอีกนิด ตอนนี้ผมกำลังหา MM ที่เหมาะกับตลาด commodities เช่น Gold อยู่ เพราะเล่นง่ายกว่า Forex มาก (เพราะแนวโน้มพี่ทองแกเล่นจะขึ้นอย่างเดียว) ไว้มีโอกาสจะมาแชร์ระบบให้ฟังแล้วกันนะครับ ^ ^


ข้อคิดข้อที่ 9 จริงๆ ก็ไม่ใช่ข้อคิดอะไรหรอกครับ ผมเพียงอยากบอกให้รู้ว่า ความรู้ เนี่ย เมื่อให้ไปแล้วมันไม่เหมือนสิ่งอื่นนะครับ คือยิ่งให้ยิ่งเพิ่มพูน เหมือนระบบเทรด ผมเห็นบางท่านหวงระบบเทรดของท่านมาก ก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลแหละครับ แต่ผมอยากให้คิดว่า ก่อนที่คุณจะมีระบบเทรดของคุณนั้น คุณเอาความรู้มาจากไหน ถ้าไม่ใช่คนอื่นเค้าให้คุณ แล้วอีกอย่าง การที่คุณเอาหลักการหรือระบบมาแชร์กับเพื่อนๆ นั้นไม่เป็นการทำให้กำไรของคุณที่คุณจะเทรดได้ลดลงเลยครับ แต่ตรงกันข้าม คุณจะได้ประโยชน์จากการที่มีคนจำนวนมากช่วยกันคิดปรับปรุงแก้ไข และทดลองระบบของคุณให้ดียิ่งขึ้นครับ เผลอๆ กำไรของคุณจะมากกว่าแต่ก่อนด้วยซ้ำ ข้อดีอีกอย่างคือคนอื่นก็จะได้รวยแบบคุณ ความริษยาไม่ทำให้คุณมีความสุขและรวยขึ้นนะครับ ผมก็ฝากไว้เท่านี้แหละครับ   :)

ขอโทษนะครับ คือ ผมไม่เข้าใจ 6% 9 % และั 24 % นะครับ ว่า ตอนนี้ผมลง fxpro.com นะครับ และ เวลาลงนะครับ จะเริ่มต้นที่ 0.1 ,0.2-1 ,2,3 ,.....โดยถ้า 0.1 lot จะประมาณ 10 cent และ 1 lot ประมาณ 1 $ โดยผม set leverage 1:500 นะครับ โดยตอนนี้มีเงินในบัญชี 333 $ นะครับ จะเล่นอย่างไรครับ เป็นเงินจริงครับผม ช่วยรบกวนหน่อยครับ พอดี ผมโง่นะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กันยายน 2009, 10:20:16 AM โดย admin »

ออฟไลน์ phdluki

  • นักลงทุนขั้นต้น
  • *
  • กระทู้: 27
  • พลังน้ำใจ: 24
Re: การวางแผน Money Management
« ตอบกลับ #61 เมื่อ: 16 กันยายน 2009, 10:34:07 AM »

ขอโทษนะครับ คือ ผมไม่เข้าใจ 6% 9 % และั 24 % นะครับ ว่า ตอนนี้ผมลง fxpro.com นะครับ และ เวลาลงนะครับ จะเริ่มต้นที่ 0.1 ,0.2-1 ,2,3 ,.....โดยถ้า 0.1 lot จะประมาณ 10 cent และ 1 lot ประมาณ 1 $
โดยผม set leverage 1:500 นะครับ โดยตอนนี้มีเงินในบัญชี 333 $ นะครับ จะเล่นอย่างไรครับ เป็นเงินจริงครับผม ช่วยรบกวนหน่อยครับ พอดี ผมโง่นะครับ


ผมว่าลอง set ระบบของคุณเองดีกว่าครับ โดยผมจะค่อยๆ อธิบายให้ แต่ก่อนที่จะแนะนำให้ใช้ระบบของผมเนี่ย ผมว่าเราลองคุยกันบางอย่างก่อนดีมั้ยครับ
(ไม่ได้คิดจะกวนนะครับ แต่เพื่อให้คุณเข้าใจระบบของผมเสียก่อนที่จะนำไปใช้น่ะครับ ไม่งั้นถ้าคุณไม่เข้าใจ Advantage/Disadvantage ของระบบ ถึงเอาระบบผมไปใช้ก็เท่านั้นแหละครับ)
(เผลอๆ ระบบผมจะพาคุณพังซะอีก ผมจะรู้สึกผิดแย่เลยแบบนั้น  :( และผมไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นครับ)

เรามาคุยกันก่อนดีมั้ยครับว่า ทำไมคุณถึงสนใจระบบของผม และหลักการและข้อดีของระบบของผมช่วยปรับปรุงการเทรดของคุณได้อย่างไร
ถ้าคุณตอบโจทย์ตรงนี้ได้ ผมก็ยินดีช่วยคุณเต็มที่ครับ

ไม่มีระบบไหน Perfect ครับ ระบบของผมก็เช่นกัน
ด้วยความปรารถนาดีครับผม

ปล.คนไม่รู้ ไม่ใช่คนโง่ครับ เพราะจริงๆ แล้ว ผมก็ไม่ได้ฉลาดกว่าคุณเท่าไหร่หรอก  :) เอาใจช่วยครับผม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กันยายน 2009, 10:37:15 AM โดย phdluki »

ออฟไลน์ Nong

  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 326
  • พลังน้ำใจ: 2
Re: การวางแผน Money Management
« ตอบกลับ #62 เมื่อ: 16 กันยายน 2009, 10:36:04 AM »
เล่นแรกๆก็มั่วๆไม่ได้วางแผนอะไรอ่ะ พอเริ่มเสียเลยมาอ่าน ทำตามบ้าง ไม่ทำบ้างอยู่ดี  ;D

ออฟไลน์ piyapat

  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 540
  • พลังน้ำใจ: 31
Re: การวางแผน Money Management
« ตอบกลับ #63 เมื่อ: 16 กันยายน 2009, 10:41:04 AM »
ช่างเป็นบทความที่อ่านแล้วไม่น่าเบื่ออะไรเช่นนี้ ชื่นชมจริงๆครับกับการเขียนสไตล์แบบนี้ มีสอดแทรกแง่คิดด้วย

ผมเองเพิ่งเข้าวงการ forex ได้ยังไม่ถึงปีเลยได้แต่ขออ่านและศึกษาไปก่อนนะครับ ยังไม่มีอะไรมาแชร์ และจะรอให้ท่านอื่นๆที่มากประสบการณ์มาช่วยพัฒนาระบบต่อไปครับผม ขอบคุณอีกครั้งครับที่สละเวลาพิมพ์บทความยาวๆแบบนี้ให้ศึกษา นับถือมากมายจากใจจริง  :)

ขอบคุณครับ เรื่องประสบการณ์ไม่สำคัญหรอกครับ จริงๆ แล้วมีความรู้อะไรเราก็เอามาแชร์กันได้ครับ ไม่มีใครรู้ทุกเรื่องหรอกครับ อิอิ
^^ (ตอนแรกผมอ่านแล้วแอบตกใจ ผมอ่านตกคำว่า ไม่ ไปน่ะครับ ดันไปอ่านว่า ช่างเป็นบทความที่อ่านแล้ว_น่าเบื่ออะไรเช่นนี้ เกือบไปแล้วมั้ยล่ะเรา   :D)

ว่าแล้วเชียว ผมเขียนใช้สำนวนแปลกๆ ตอนพิมพ์ก็คิดอยู่เหมือนกันครับว่าจะเข้าใจผิดรึปล่าว  ;D อยากบอกมากๆว่าปลื้มคนแบบคุณมากเลยครับ เก่งแล้วยังไม่หวงความรู้อีก ยังไงก็ขอให้บุญกุศลส่งผลให้รวยๆนะครับ ;)
"อยู่ให้รอดก่อน แล้วค่อยทำกำไร"

ออฟไลน์ phdluki

  • นักลงทุนขั้นต้น
  • *
  • กระทู้: 27
  • พลังน้ำใจ: 24
Re: การวางแผน Money Management
« ตอบกลับ #64 เมื่อ: 16 กันยายน 2009, 10:41:32 AM »
เล่นแรกๆก็มั่วๆไม่ได้วางแผนอะไรอ่ะ พอเริ่มเสียเลยมาอ่าน ทำตามบ้าง ไม่ทำบ้างอยู่ดี  ;D

จริงๆ ในตลาด forex แค่อย่า overtrade อย่ากลัวตกรถ และอย่าโลเล ผมว่าแค่นี้ก็อยู่ได้แล้วล่ะครับ  ;D

MM ของผมก็แค่เนื้อหาเยอะๆ ที่เป็นส่วนเติมเต็มเท่านั้นแหละครับ
ขอเอาใจช่วยคุณ thanong ครับผม   :)

ออฟไลน์ chatchaicyber

  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 224
  • พลังน้ำใจ: 1
Re: การวางแผน Money Management
« ตอบกลับ #65 เมื่อ: 16 กันยายน 2009, 10:46:02 AM »

ขอโทษนะครับ คือ ผมไม่เข้าใจ 6% 9 % และั 24 % นะครับ ว่า ตอนนี้ผมลง fxpro.com นะครับ และ เวลาลงนะครับ จะเริ่มต้นที่ 0.1 ,0.2-1 ,2,3 ,.....โดยถ้า 0.1 lot จะประมาณ 10 cent และ 1 lot ประมาณ 1 $
โดยผม set leverage 1:500 นะครับ โดยตอนนี้มีเงินในบัญชี 333 $ นะครับ จะเล่นอย่างไรครับ เป็นเงินจริงครับผม ช่วยรบกวนหน่อยครับ พอดี ผมโง่นะครับ


ผมว่าลอง set ระบบของคุณเองดีกว่าครับ โดยผมจะค่อยๆ อธิบายให้ แต่ก่อนที่จะแนะนำให้ใช้ระบบของผมเนี่ย ผมว่าเราลองคุยกันบางอย่างก่อนดีมั้ยครับ
(ไม่ได้คิดจะกวนนะครับ แต่เพื่อให้คุณเข้าใจระบบของผมเสียก่อนที่จะนำไปใช้น่ะครับ ไม่งั้นถ้าคุณไม่เข้าใจ Advantage/Disadvantage ของระบบ ถึงเอาระบบผมไปใช้ก็เท่านั้นแหละครับ)
(เผลอๆ ระบบผมจะพาคุณพังซะอีก ผมจะรู้สึกผิดแย่เลยแบบนั้น  :( และผมไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นครับ)

เรามาคุยกันก่อนดีมั้ยครับว่า ทำไมคุณถึงสนใจระบบของผม และหลักการและข้อดีของระบบของผมช่วยปรับปรุงการเทรดของคุณได้อย่างไร
ถ้าคุณตอบโจทย์ตรงนี้ได้ ผมก็ยินดีช่วยคุณเต็มที่ครับ

ไม่มีระบบไหน Perfect ครับ ระบบของผมก็เช่นกัน
ด้วยความปรารถนาดีครับผม

ปล.คนไม่รู้ ไม่ใช่คนโง่ครับ เพราะจริงๆ แล้ว ผมก็ไม่ได้ฉลาดกว่าคุณเท่าไหร่หรอก  :) เอาใจช่วยครับผม

เพราะระบบ เทรดของคุณ มีความเป็นไปได้ที่จะชนะตลาดครับ คล้าย ๆๆ กับการสุ่ม แต่เป็นการสุมแบบมีเหตุผลครับ ปรับปรุงคือ ผมอาจจะใช้โปรแกรม advance get เข้ามาเสริมในการนับคลื่นครับ
อย่างเช่น ผมจะใช้คลื่นลูกที่ 3 ของ timeframe h1 และค่อย ๆๆ ดูที่ละ time frame จาก m30 m15 m 5 m1 โดยแต่ละตัว ว่า มันสอดคล้องลูกคลื่น ที่ 3 หรือ เปล่า และนำการสุ่มของคุณมาประยุกต์ อีกทีครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กันยายน 2009, 10:47:25 AM โดย admin »

131313

  • บุคคลทั่วไป
Re: การวางแผน Money Management
« ตอบกลับ #66 เมื่อ: 16 กันยายน 2009, 10:47:47 AM »
ผมอยากปรึกษาหน่อยอ่ะครับ

คือผมมีระบบ ที่เดือนหนึ่ง indi จะบ่งชี้ให้เข้าไม่บ่อยมากนัก
โดยส่วนใหญ่ sl 100 tp 100-800 ประมาณนี้อ่ะครับ
เล่นที่ H4 นะครับ
ผมพอจะคลำหาแนวทางได้นิดหน่อยแล้วหล่ะครับเรื่อง MM

อยากปรึกษาหน่อยนะครับ
ตอนนี้กำลังหลงทาง ไม่มีแบบแผนครับ
เทรดเสียเป็นส่วนใหญ่
ผมควรทำอย่างไรดีครับ
ช่วยทีนะครับ

 ;D ;D ;D
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กันยายน 2009, 11:35:13 AM โดย admin »

ออฟไลน์ phdluki

  • นักลงทุนขั้นต้น
  • *
  • กระทู้: 27
  • พลังน้ำใจ: 24
Re: การวางแผน Money Management
« ตอบกลับ #67 เมื่อ: 16 กันยายน 2009, 10:54:34 AM »
ผมอยากปรึกษาหน่อยอ่ะครับ

คือผมมีระบบ ที่เดือนหนึ่ง indi จะบ่งชี้ให้เข้าไม่บ่อยมากนัก
โดยส่วนใหญ่ sl 100 tp 100-800 ประมาณนี้อ่ะครับ
เล่นที่ H4 นะครับ
ผมพอจะคลำหาแนวทางได้นิดหน่อยแล้วหล่ะครับเรื่อง MM

อยากปรึกษาหน่อยนะครับ
ตอนนี้กำลังหลงทาง ไม่มีแบบแผนครับ
เทรดเสียเป็นส่วนใหญ่
ผมควรทำอย่างไรดีครับ
ช่วยทีนะครับ

 ;D ;D ;D

ถึงคุณ Mr.Keng นะครับ
จริงๆ แล้วผมยังงงอยู่ว่าเทรดเสียเป็นส่วนใหญ่นี่เกิดจากอะไรครับ SL น้อยไปหรือเปล่า หรือว่าสัญญาณมาน้อยเกินไปคุณเลยแอบมือบอน  :D (อิอิ ล้อเล่นน่ะครับ)
ขยายความให้หน่อยได้มั้ยครับเราจะได้คุยกันตรงจุด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กันยายน 2009, 11:37:22 AM โดย admin »

131313

  • บุคคลทั่วไป
Re: การวางแผน Money Management
« ตอบกลับ #68 เมื่อ: 16 กันยายน 2009, 11:16:44 AM »
ผมอยากปรึกษาหน่อยอ่ะครับ

คือผมมีระบบ ที่เดือนหนึ่ง indi จะบ่งชี้ให้เข้าไม่บ่อยมากนัก
โดยส่วนใหญ่ sl 100 tp 100-800 ประมาณนี้อ่ะครับ
เล่นที่ H4 นะครับ
ผมพอจะคลำหาแนวทางได้นิดหน่อยแล้วหล่ะครับเรื่อง MM

อยากปรึกษาหน่อยนะครับ
ตอนนี้กำลังหลงทาง ไม่มีแบบแผนครับ
เทรดเสียเป็นส่วนใหญ่
ผมควรทำอย่างไรดีครับ
ช่วยทีนะครับ

 ;D ;D ;D

ถึงคุณ Mr.Keng นะครับ
จริงๆ แล้วผมยังงงอยู่ว่าเทรดเสียเป็นส่วนใหญ่นี่เกิดจากอะไรครับ SL น้อยไปหรือเปล่า หรือว่าสัญญาณมาน้อยเกินไปคุณเลยแอบมือบอน  :D (อิอิ ล้อเล่นน่ะครับ)
ขยายความให้หน่อยได้มั้ยครับเราจะได้คุยกันตรงจุด

แหะๆล้อเล่นเยอะอ่ะดีครับ ชีวิตจะได้ไม่เครียดอิอิ

บางครั้งนะครับมือก็บอนเองแหละครับ

แต่บางครั้งก็เจอ fault สัญญาณ เหมือนกันครับ

ผมว่า plane ที่คุณ phdluki อัพให้ก็เป็น plane ที่ดีนะ

สงสัยผมคงต้องไปศึกษาเรื่อง trend ใหม่อย่างละเอียดอีกทีครับ

หรือว่าพอจะมีอะไรแนะนำไหมครับ

 ;D ;D ;D
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กันยายน 2009, 11:38:54 AM โดย admin »

ออฟไลน์ phdluki

  • นักลงทุนขั้นต้น
  • *
  • กระทู้: 27
  • พลังน้ำใจ: 24
Re: การวางแผน Money Management
« ตอบกลับ #69 เมื่อ: 16 กันยายน 2009, 11:17:44 AM »
เพราะระบบ เทรดของคุณ มีความเป็นไปได้ที่จะชนะตลาดครับ คล้าย ๆๆ กับการสุ่ม แต่เป็นการสุมแบบมีเหตุผลครับ ปรับปรุงคือ ผมอาจจะใช้โปรแกรม advance get เข้ามาเสริมในการนับคลื่นครับ
อย่างเช่น ผมจะใช้คลื่นลูกที่ 3 ของ timeframe h1 และค่อย ๆๆ ดูที่ละ time frame จาก m30 m15 m 5 m1 โดยแต่ละตัว ว่า มันสอดคล้องลูกคลื่น ที่ 3 หรือ เปล่า และนำการสุ่มของคุณมาประยุกต์ อีกทีครับ

จริงๆ ถ้าคุณใช้วิธีการนับคลื่น ระบบของผมก็ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ครับ
เพราะจริงๆ แล้วเมื่อคุณเล่นคลื่นลูกที่ 3 เนี่ย อัตราส่วนระหว่าง TP และ SL จะสูงอยู่แล้วครับ และอีกอย่างก็คือ ถ้าคุณใช้คลื่น คุณก็ใช้ Fibonacci กะแนวรับแนวต้านได้ด้วย

ผมว่า MM ที่เหมาะสมของคุณน่าจะใช้ประโยชน์ของการเล่นด้วย % สูงๆ ในครั้งเดียว มากกว่าการเล่นหลายระดับครับ

เอางี้แล้วกันครับ ผมจะลองยกตัวอย่างให้ดูแล้วกัน ว่าระบบของผมไม่เหมาะกับกรณีของคุณยังไงนะครับ

กรณีที่คุณใช้การนับคลื่น (วิธีไหนก็แล้วแต่) แล้วจะเล่นคลื่นลูกที่ 3 จุดที่จะซื้อก็คงมี 2 จุดใช่มั้ยครับ (เท่าที่นิยมเล่นกันนะ)

จุดแรกคือ ซื้อท้าย wave 2 ตรง 38.2 หรือ 23.6 เมื่อเทียบกับ wave แรก ซึ่งตรงนี้ค่อนข้างเสี่ยงครับ แต่กำไรก็ค่อนข้างดี เพราะถ้าเป็น wave 3 จริงมันจะยาวมาก และถ้าซื้อที่จุดนี้ SL ก็ไม่จำเป็นต้องมากนักครับ คืออาจจะตั้งใต้ Low ของ คลื่นแรกก็เป็นอันใช้ได้
กรณีนี้ การเล่นเป็นระดับจะไม่ช่วยเลยครับ เพราะกว่าจะถึง Stage ที่ 2 หรือ 3 ราคาคงทะลุ ทำ new low และเกิด reversal pattern ไปแล้ว สรุปว่าวิธีนี้ SL ที่ขยายเพิ่มได้จากวิธีของผมไม่มีประโยชน์ครับ

ส่วนกรณีนึง อาจซื้อตอนที่ wave ที่คาดว่าจะเป็น wave 3 ทำ new high ได้เหนือ wave 1  แล้ว อันนี้ระบบของผมก็พอจะมีประโยชน์อยู่บ้างครับ เพราะ SL ค่อนข้างยาว แต่ถ้าง่ายกว่านั้นคุณแค่แบ่งเงินออกเป็น 2 ส่วน แล้วเอาอีกส่วนสำรองไว้ซื้อที่ราคาต่ำลงมาก็ได้ครับ แต่จริงๆ แล้วคุณอาจจะไม่แบ่งเลยแต่เอาเงินส่วนที่เหลือ overtrade เป็นครั้งคราวก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด แต่ต้องค่อนข้างมั่นใจนะครับ

ถ้าคุณเอาระบบของผมไปใช้ ถ้าคิดความเสี่ยงเท่ากัน เงินของผมจะต้องแบ่งเป็น 3 ส่วน ซึ่งปกติก็ใช้เทรดแค่ส่วนเดียว การเอาระบบนี้ไปใช้กับระบบของคุณ จะทำให้กำไรและทุนเติบโตช้าลงครับ
เช่น คุณคิดความเสี่ยงที่ 15% ถ้าคุณเล่นทีเดียวคุณอาจได้กำไรเต็มๆ ของทุนที่ใช้
แต่สำหรับผม 15% แบ่งเป็นก้อนย่อย แถมปกติยังไม่ได้เทรดพร้อมกันอีก กำไรที่ได้ต่อเทรดจึงน้อยกว่าครับ เหมาะกับการเทรดที่ให้สัญญาณบ่อย แต่อาจจะไม่ค่อยแม่นยำนักครับ

ซึ่งในกรณีของคุณนี่กว่า wave3 จะมาซักครั้งต้องรอกันนานพอสมควรทีเดียว แล้วทำไมจะต้องลดกำไรที่ควรจะได้ลงล่ะครับ

เอาเป็นว่าถ้าเกิดคุณ set ระบบเทรดเสร็จเมื่อไหร่แล้วต้องการหา MM ถึงตอนนั้นเราค่อยมาปรึกษากันดีกว่านะครับ
ขอเอาใจช่วยคุณ chatchaicyber ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กันยายน 2009, 11:39:42 AM โดย admin »

ออฟไลน์ phdluki

  • นักลงทุนขั้นต้น
  • *
  • กระทู้: 27
  • พลังน้ำใจ: 24
Re: การวางแผน Money Management
« ตอบกลับ #70 เมื่อ: 16 กันยายน 2009, 11:38:43 AM »
แหะๆ ล้อเล่นเยอะอ่ะดีครับ ชีวิตจะได้ไม่เครียดอิอิ

บางครั้งนะครับมือก็บอนเองแหละครับ

แต่บางครั้งก็เจอ fault สัญญาณ เหมือนกันครับ

ผมว่า plane ที่คุณ phdluki อัพให้ก็เป็น plane ที่ดีนะ

สงสัยผมคงต้องไปศึกษาเรื่อง trend ใหม่อย่างละเอียดอีกทีครับ

หรือว่าพอจะมีอะไรแนะนำไหมครับ

 ;D ;D ;D

จริงๆ แล้วผมว่า คุณ Mr.Keng คงเป็นคนมีวินัย และความอดทนค่อนข้างสูงทีเดียว เพราะว่าสามารถเล่นกับระบบ Trend Following ที่ให้สัญญาณไม่บ่อยนักได้
เอาเป็นว่าผมแนะนำคร่าวๆ แล้วกันนะครับ (ไม่มีตำราอ้างอิงนะครับ จริงๆ แล้วเป็นจากประสบการณ์มากกว่า)

อันแรกคือเรื่อง False signal เนี่ยจะเรียกว่า False signal ก็คงไม่ได้หรอกนะครับ เพราะถ้าให้ผมเดา จริงๆ แล้วในตอนแรกราคาคงไปตามแนวโน้มที่คุณ Mr.Keng วางไว้ก่อนแน่นอน แต่อาจจะเนื่องจาก TP ยาวไป ราคามันเลยเหนื่อยก่อนที่จะถึง TP และด้วยความที่ SL ค่อนข้างน้อยราคาเลยลงมาแตะ SL ซะงั้น ซึ่งวิธีแก้ก็พอมีครับ อาจแตกได้ซัก 3 ประเด็น คือ Price Movement Nature,  Zero risk และ Trailing Stopครับ

เรื่อง Price Movement เนี่ยถ้าพูดจริงๆ แล้วก็คือแต่ละ Pair และ Timeframe จะมีช่วงกว้างของราคาระดับนึงที่ราคามักจะ Swing บ่อยๆ ในระดับนี้ เช่นกราฟ EJ 15 นาทีคือราว 40-50 จุด การตั้ง TP เกินธรรมชาติของ Price Movement เนี่ยก็อาจเป็นเหตุผลนึงที่ทำให้เสียได้ครับ

การ Zero Risk นี้ คือการที่เราพยายามตั้ง SL ให้เท่ากับราคาที่เข้าซื้อทันทีที่มีโอกาสทำได้ เช่น ระบบบวกซัก 30 จุด ลงมาปรับฐานรอบนึงแล้วราคายังเหนือกว่าราคาซื้อและเราคิดว่าราคาไม่น่าจะลงมาอีก เราก็ทำการตั้ง SL ให้เท่ากับราคาซื้อเลยครับ สุดท้ายถึงจะเป็น False signal หรือ Sideway เราก็เท่าทุนครับ การทำ Zerorisk นี้อาจต้องใช้วิธีการนั่งเฝ้าซักช่วงสองสามชั่วโมงแรกนะครับ เพื่อจะได้ตั้ง SL ได้ และแนะนำให้เข้าซื้อตอนตลาดคึกคักซักหน่อยนะครับ (ซื้อในเวลาตลาดสกุลหลักๆ ทำการ) Pattern ที่ออกมาจะได้เชื่อถือได้ ไม่ใช่ False Pattern ที่อาจเกิดตอนตลาดมี Volume น้อยๆ

ส่วนการ Trailing Stop เนี่ยก็เป็นการรักษากำไรนะครับ แต่เราไม่ Trailing stop แบบตายตัวนะครับ แต่จะใช้วิธีตั้งใต้ระดับของ Support Resistance หรือ Fibonacci หลักๆ มากกว่า เพราะบางทีการ Trailing เป็นจุดตายตัวเนี่ยในบางช่วงก็มากเกินไป แต่บางช่วงก็น้อยเกินไป ไม่เหมาะสมเท่าไหร่นักครับ

ที่สำคัญคือเราต้อง Cut loss และ Run Profit ครับ ผมเห็นหลายท่านบอกว่าทำแบบนี้แต่ที่จริงทำตรงกันข้าม  :o

ส่วนเรื่องมือบอน นี่อาจแก้ได้โดยแยก 2 บัญชีเทรดครับ และอีกบัญชีนึงก็หาระบบที่เล่นสั้น และไม่ต้องเข้าไปดูระบบที่เล่นยาวบ่อยมากนักครับ ส่วนจะลงบัญชีไหนมากไหนน้อย ก็ตามสะดวกแหละครับ

อาจเป็นแค่วิธีพื้นๆ นะครับ เพราะผมก็คิดได้แค่นี้เหมือนกัน  ;D
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กันยายน 2009, 11:40:23 AM โดย admin »

131313

  • บุคคลทั่วไป
Re: การวางแผน Money Management
« ตอบกลับ #71 เมื่อ: 16 กันยายน 2009, 11:50:48 AM »
ขอบคุณครับ

ส่วนใหญ่จะเสียกะเก็บเล็กเก็บน้อยนี่แหละ

 ;D ;D ;D

ออฟไลน์ Mamay

  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 1220
  • พลังน้ำใจ: 1650
Re: การวางแผน Money Management
« ตอบกลับ #72 เมื่อ: 16 กันยายน 2009, 12:16:29 PM »
กลับมาขอบคุณครับ ต้องขอบคุณเป็นอย่างมากครับ ได้ศึกษาระบบของคุณไปในตัว  
 
นับถือในประสบการณ์ของคุณ phdluki จริง ๆ ผมไม่ได้ครึ่งของคุณจริงๆ สาเหตุที่ไม่ได้ถามว่าใช้อินดี้อะไร ไม่ใช่ว่า ไม่อยากรู้หรือว่าอะไรครับ แต่ผมกลับให้ความสำคัญกับการรู้ที่มาของแนวคิด และวิธีการที่ได้มาของระบบมากกว่า ซึ่งเป็นสาเหตุได้ว่า ทำไมถึงคิดระบบนี้ได้ (และคุณ phdluki ก็ได้อธิบายอย่างชัดแจ้งครับ) เปรียบกับ การคิดทำเครื่องมือหาปลาเอง กับการ ซื้อเครื่องหาปลาคนอื่นมาใช้ครับ ทราบมาว่า คนหาปลานี่ จะรู้ กระทั่งเวลาปลาขึ้นมาหายใจแว๊บเดียวก็รู้ว่าปลาชนิดไหนครับ นั่นหมายความว่า เครื่องมือที่เขาคิดขึ้น นอกจากจะใช้หาปลาอย่างเดียว ยังมีปลาประเภทที่ใช้วิธีแตกต่างกัน ยังมี สถานที่ที่ปลาควรจะมีชุกชุม หรือว่า ลักษณะน้ำ ความใสความลึก ซึ่งผมก็หาปลาไม่เป็นหรอกจริงๆ แล้ว แต่ได้ฟังจากคนอื่นอีกทีครับ

ฉะนั้น คนคิดเองย่อมแตกฉานในกลยุทธ์ของตัวเองมากกว่าครับ แต่เราควรศึกษากลยุทธของผู้อื่นครับเพื่อรู้จุดอ่อนแข็งของเราและคนอื่นด้วยครับ ผมอาจไม่ได้ให้แนวคิดหรือว่า แลกเปลี่ยนอะไรกับคุณ phdluki มาก นั่นไม่ใช่ไม่อยากให้นะครับ แต่ว่า การให้ความรู้ผู้อื่นสำหรับผมถือเป็นดาบ ครับ อาจใช้ในทางผิดถ้าไม่เข้าใจดีพอ อาจดีกว่าที่เราคิดสำหรับคนที่ใช้ให้ถูกทางครับ ฉะนั้นถ้าผมไม่ค่อยแน่ใจนักว่าจะดีจริง และตัวผมไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรในฟอเร็กที่ผ่านมาจึงไม่มีอะไรจะแลกเปลี่ยนมากนัก จึงขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ในบทแห่งดินของ ชินเมง ทาเคโซ ว่าไว้ครับ ช่างไม้ต้องเข้าถึงวิถีของช่างไม้ครับ คือ รู้ถึงชนิดไม้ ความแข็ง ความอ่อน คุณสมบัติ ทนมอด ทนทาน ทนฝน นอกจากนี้ ยังต้องเชี่ยวชาญในเครื่องมือช่างคอยพัฒนาสร้างสรรค์เครื่องมือใหม่ๆ และพัฒนาเทคนิคการเหลาไม้ การเลือกใช้ไม้ นอกจากเครื่องมือช่าง ยังต้องรู้จักเครื่องมือ ๆ อีกครับ เช่น เครื่องมือทาสี น้ำยาเคลือบไม้ ซึ่งไม่เกี่ยวกับช่างไม้มากนัก แต่ก็ต้องศึกษาเพื่อให้รู้ว่าสีประเภทไหนใช้กับ ไม้ประเภทไหนไม่หลุดลอกครับ

ขอบคุณ คุณ phdluki ครับ

สายน้ำไหนก็ไหลลงทะเลครับ ไม่สำคัญว่า ชื่ออะไร นานเท่าไหร่ ยาวเท่าไหร่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กันยายน 2009, 20:22:43 PM โดย admin »

131313

  • บุคคลทั่วไป
Re: การวางแผน Money Management
« ตอบกลับ #73 เมื่อ: 17 กันยายน 2009, 04:53:07 AM »
สายน้ำไหนก็ไหลลงทะเลครับ ไม่สำคัญว่า ชื่ออะไร นานเท่าไหร่ ยาวเท่าไหร่

ดูเหมือนเรียบง่าย แต่ความหมายลึกซึ้งหยั่งถึงจริงๆ

ช่วยอธิบายให้ผมสักหน่อยได้ไหมครับ

 ;D ;D ;D

ออฟไลน์ Mamay

  • นักลงทุนขั้นเทพ
  • ****
  • กระทู้: 1220
  • พลังน้ำใจ: 1650
Re: การวางแผน Money Management
« ตอบกลับ #74 เมื่อ: 17 กันยายน 2009, 05:32:03 AM »
คนเราเกิดมาย่อมมีการเดินทางครับ เปรียบการเดินทางแต่ละสายก็เหมือนการล่องเรืองในแม่น้ำสายต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น การล่องเรือในแม่น้ำสี่สายในประเทศไทยครับ  ปิง วัง ยม น่าน แต่ละคนย่อมเจออุปสรรคต่างกัน แต่ละคนย่อมเจอสถานการณ์สภาพแวดล้อมต่างกัน แต่สุดท้ายถ้าทุกคนประสบผลสำเร็จก็ถึงอ่าวไทยเหมือนกันครับ  

ฉะนั้นไม่สำคัญหรอกว่า แม่น้ำจะชื่ออะไรครับ ในการทำงานก็เหมือนกันครับ หรือในทางฟอร์เร็กก็เหมือนกันครับ เราสามารถเรียนรู้ให้เร็วและชำนาญยิ่งขึ้น โดยการ ถามคนที่ล่องเรือมาก่อนครับ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะถึงอ่าวไทยเร็วนะครับ อุปสรรคของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกันครับ อย่างแม่น้ำปิง คงเจอเขื่อนภูมิพลนี่แหละครับ ปัญหาใหญ่หน่อย นอกจากถามคนที่ล่องเรือมาก่อนยังมีอีกหลายวิธีครับ เช่นซื้อหนังสือมาอ่าน หรือเรียนรู้มันไประหว่างทางเลย ก็ยังได้ครับ แต่ไม่ว่าวิธีการไหนๆ ก็ถึงทะเลครับ แต่จะถึงช้าถึงเร็ว ย่อมไม่สำคัญครับ อยู่ที่สองปัจจัยครับ ความอุตสาหะ กับ ปัญญา ครับ  

ที่มาของความอุตสาหะมาจาก ปัญญาอย่างละเอียดครับ คือ การควบคุมอารมณ์ รู้เท่าทันตัวเองได้ รู้จักเหตุและผลของการพัฒนาตัวเองครับ
ปัญญาเริ่มจาก ศีล ครับ คือการกำหนดอะไรแน่นอนครับ การปภิบัติตามศึลนั้นๆ เพื่อเป็นตัวกำหนดให้เราไม่หลงไหลไปตามอารมณ์ครับ
เมื่อมีศีล ก็จะเกิด สมาธิครับ คือการมีใจจดจ่อ และตั้งใจ มีความรอบคอบในการคิดสิ่งต่างๆ อย่างอัติโนมัติครับ จากนั้นเชื่อว่า ทุกคนคงถึงปัญญา ซักวันครับ

ดูก่อนท่านผู้เจริญทั้งหลายครับ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงคำกล่าวของผมเองคนเดียวครับ จึงอย่าได้รีบวู่วามคิดเชื่อประการใดครับ จึงคิดพินิจไตร่ตรอง อย่างถ้วนถี่ก่อนครับ จากนั้นให้เชื่อด้วยได้ด้วยปัญญาครับ

ขอบคุณมากครับ
    
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 กันยายน 2009, 05:40:19 AM โดย admin »